Thursday, March 03, 2005

First time: Ski!

ในที่สุด...เราก็ถูกเปิดบริสุทธิ์ อีพรสรรมันพาไป รู้สึกเหมือนโดนข่มขืนเลย ตอนนี้ยังเจ็บอยู่เลย >_< (พรสรรบอกให้เล่าแบบนี้ เพราะเพื่อนพรสรรก็เพ่ิงไปเหมือนกัน แล้วใช้คำพูดอย่างที่ว่ามา)

จริงๆแล้วเราควรเล่าถัดจากวันที่ไปออนเซน เพราะไปวันรุ่งขึ้นเลย แต่ร่างกายไม่อำนวย โทรมสุดๆ ปัจจุบันทั้งกินทั้งทาโวลทาเรนแล้วก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น แล้วพรสรรยังลากเดินเที่ยวต่ออีก แต่เรายังไปทำแลบนะ แล้วก็หาเวลาแวบออกไปแรด
ถ้าอยากอ่านต่อก็ คลิก!

เข้าเรื่องสกี เราไปสกีเป็นครั้งแรกในชีวิต การมาซัปโปโรครั้งนี้ หวังมากว่าต้องได้ไปสกี แต่เกือบจะกลับแล้วถึงเพิ่งได้ไป ตอนแรกก็มีโอกาสจะได้ไปก่อนหน้านี้ แต่โดนเบี้ยว หรือไม่โฮสท์ก็พาไปดูเค้าเล่นสกี แต่ไม่ได้ให้เล่น อันนี้เซ็งโคตร พอดีลากพรสรรมาซัปโปโรจนได้ เลยมีคนพาไป

เราซื้อแพคเกจจากที่นี่ มันเป็นของ JR หรือง่ายๆว่า การรถไฟของญี่ปุ่น รวมค่าใช้จ่ายแอฟเวอรี่ (every) ตั้งแต่ค่ารถไฟไป ซึ่งมันอยู่บ้านนอกมาก ต้องนั่งรถไฟหวานเย็นไป 2 ชม. (รถด่วนไม่มีแล้ว เพราะหมดฤดู) แล้วก็รวมค่ารถบัส ค่าลิฟท์ (ของสกี) และค่าอุปกรณ์สกี (เอาชุดไปเอง) ทั้งหมด 4900 เยน (1600 บาท) ถูกโคตรๆๆ ปกติค่าลิฟท์อย่างเดียวต่อวันก็ 3000 กว่าเยนแล้ว (ข้อมูลจากอีพรสรร) และจะเล่นสโนวบอร์ดด้วยก็ได้ ถ้ามีปัญญา เราไปเช้าเย็นกลับ ไม่ต้องค้างอ่ะ เพราะมันไม่ได้ไกลมาก แต่ก็ไม่ได้ใกล้ ก็ออกจากบ้านตั้งกะ 7 โมงเช้า (ปกติไปทำแลบยังไม่อย่างงี้เลย) กินอาหารกล่องของรถไฟ (เพิ่งได้กินครั้งแรก กล่องก็ไม่แรดเท่าใน TV champion เลย) ไปต่อรถบัสที่ Kutchan ซึ่งเป็นสถานีโคตรบ้านนอก (ได้ฟีวต่างจังหวัดเมืองไทยมาก เพียงแต่มันมีหิมะ เพิ่งเคยเห็นบ้านนอกที่ญี่ปุ่นครั้งแรกนะเนี่ย) รถไฟก็มีอยู่แค่ 1 ตู้ อย่างกะรถเมล์ (พรสรรก็เพิ่งเคยพบเคยเจอ) คนที่มาก็รู้สึกได้ว่าจะไปเล่นสกีเหมือนกัน

Kutchan train
รถไฟ 1 ตู้

Train
อาหารกล่องบนรถไฟ หน้าตาเพลนๆเนอะ

ถึงลานสกี Niseko ตอน 10 โมงครึ่ง (โฮมเพจมีภาษาอังกฤษด้วยนะ ไม่น่าเชื่อ ปกติที่นี่ไม่ค่อยมีอะไรเป็นภาษาต่างชาติหรอก หรือไม่ก็เป็นเวอร์ชันง่อยกว่าภาษาญี่ปุ่น) ก็ไปเอาอุปกรณ์ ซึ่งก็มีรองเท้าสกี ซึ่งเอาไว้เดินบนหิมะได้ และล็อคขาไว้ดีทีเดียว แล้วก็มีกระดานสกี (ไม่รู้ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ) ที่เอารองเท้าสกีไปวาง แล้วมันจะล็อคไว้น่ะ และก็ไม้ที่จะถือเอาไว้ ซึ่งมันจะช่วยไถๆได้ และช่วยค้ำเราขึ้นมาเวลาล้ม อันนี้เรียก stock หลังจากนั้นก็เปลี่ยนชุดสกี อันนี้โฮสท์เราให้ยืมมา (ทั้งๆที่เค้าไม่ได้อยากให้เราไปสกีหรอกนะ เค้ากลัวมากว่าเราจะเป็นอะไรไป) ชุดสกีมีสองส่วน คือกางเกงที่มีสายต่อมาเป็นเอี๊ยม กับเสื้อ ซึ่งก็หนาอยู่ แล้วก็ถุงมือ ที่หนาเช่นเดียวกัน พอแต่งตัวเสร็จก็หอบอุปรณ์ซึ่งก็หนักอยู่ เดินตามพรสรรไป

ski
รูปลิฟท์ ขโมยรูปจากลานสกีที่อื่นมา (ที่พรสรรไปก่อนหน้านี้)

พรสรรก็สอนวิธีใส่สกี วิธีเบรก วิธีล้มตรงลานข้างล่างก่อน สอนตั้งแต่เบสิคเลยอ่ะ แต่ แต่ แต่ สอนอยู่แค่ 10 นาที ก็พาเราขึ้นลิฟท์ไปเรยยย ชั้นยังทำอะไรไม่ได้เรยยย ลิพท์ก็จะคล้ายๆเก้าอี้แบบม้านั่ง ที่เหมือนเป็นกระเช้าพาขึ้นไปด้านบนของเขา ซึ่งหลังจากนั้น ก็ต้องหาทางลงมาให้ได้ พรสรรบอกว่าต้องไปสอนต่อข้างบน เราก็เชื่อๆ ยอมโดนล่อลวงไป ก็ไปโซน beginner ก่อน อืม แต่ชั้นเล่นอะไรไม่เป็นเลยนะ ก็ล้มสิ ก็ล้มลุกคลุกคลานมากๆ แรกๆนี่ ไม่สามารถพยุงตัวขึ้นมาไดเลย เพราะไม่รู้วิธี ก็เลยเหมือนใช้กำลังแขนมากๆ ในการฉุดตัวเองขึ้นมา พอทรงตัวได้ ก็ต้องพยายามทรงตัวให้อยู่ ซึ่งพรสรรบอกให้ยืนเป็นรูปเลขแปด เราก็ไม่เข้าใจหรอกนะ ว่าเลขแปดยังไง แต่ทำไมชั้นยืนถูกก็ไม่รู้ เพราะเข้าใจว่าต้องเป็นตัววี (ตอนหลังถึงรู้ว่ามันคือเลขแปดแบบจีน อีนี่ แล้วชั้นจะรู้มั้ย) ได้ไอเดียมาจากเล่นไอซ์มั้ง แล้วก็ต้องทิ้งน้ำหนัก ลงขาแต่ละข้างไม่เหมือนกันอีก ไม่งั้นทรงตัวบนเขาไม่ได้ และจะลื่นลงมาจากเขาเลยน่ะสิ ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจว่าทิ้งน้ำหนักยังไง เพราะมันล้มทุกที พรสรรก็ต้องบอกว่า จิกสิ จิก อ้อ งั้นชั้นเข้าใจ เลยแอบคิดว่าถ้าเป็นเพื่อนญี่ปุ่นพามา มันจะใช้คำว่าอะไรให้เราเข้าใจนะเนี่ย เราก็ล้มๆลุกๆอยู่นาน ล้มแบบอนาถใจมากๆด้วย พอลุกขึ้นได้ ก็ทำท่าจะเลี้ยวลงเขาด้านข้างอีก หรือไม่ก็เลี้ยวเข้ากองหิมะข้างๆ ตอนนั้นก็หนาวทีเดียว แต่เหงื่อท่วมตัว กว่าจะลงมาถึงพื้นได้ ก็ชั่วโมงนึง โอ๊ะ เหนืื่อยโคตรๆ อีพรสรรทนไม่ได้ ขอเป็นเล่นแบบจริงๆเองรอบนึง เราก็เลยได้ยืนพัก เสร็จแล้วก็ขึ้นลิฟท์อีกรอบ ลานเดิม คราวนี้ก็มีล้มบ้าง แต่อาการดีขึ้น เริ่มรู้วิธีที่จะเลี้ยวหรือชะลอหรือเบรกแล้ว แต่ก็ยังล้มบ้างเป็นระยะ ถึงพื้นก็เร็วขึ้นทีเดียว แต่ต้องมีพรสรรคอยพากย์อยู่ดี เช่น จิก เลขแปด เบรก เลี้ยว ขาขวา ขาซ้าย และอื่นๆอีกมากมาย ไม่งั้นทำตัวไม่ถูก แต่ยังไงก็เหอะ มันเหนื่อยมากๆ ก็เลยพักกินข้าว พรสรรก็แอบหนีไปแรดๆเองอีก

หลังจากกินข้าวเสร็จ พรสรรบ่นๆว่าอยากขึ้นกอนโดลา ซึ่งมันก็เป็นเหมือนลิฟท์อีกแบบแหละ แต่คราวนี้เป็นตู้เลย ขึ้นได้หลายคน และ มันขึ้นไปในที่ๆสูงขึ้น ซึ่งเหมาะกับระดับ intermediate ตอนแรกเราก็จะไม่ไป ชั้นยอมอยู่ beginner บ้านๆต่อไป แต่พอดูจากแผนที่ มันมีเส้นทาง beginner ลงมาด้วย และพรสรรบอกว่ามันมีเส้นทางเข้าป่าด้วยนะ เราก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นยังไง แต่ฟังดูแรดดี และแค่ beginner เอง ก็เลยยอมโดนล่อลวงเข้าป่า พอขึ้นไปถึง ก็มีเส้นทางให้ไต่เชือกขึ้นไปอีก อะไรเนี่ย แค่จับเชือก ยังต้องมีคนมาคอยช่วยเลย พอขึ้นมาถึงแหล่งจริงๆ ก็เห็นป้ายบอกว่า holiday corse อื้อ ฟังดูดี แล้วก็เป็นเส้นทางที่ไม่ได้กว้างมาก มีต้้นไม้ขนาบ เพราะมันตัดผ่านป่า วิวดีทีเดียว นึกถึง winter love song และหิมะก็ตกเยอะอยู่ แต่ไถๆไปได้นิดเดียว ก็เจอโซน intermediate อ้าวๆ อีพรสรรหลอกลวง ไหนบอกว่ามีแต่ beginner แล้วชั้นจะลงไปยังไงเนี่ย มันชันมากๆ พรสรรมันลงไปแล้ว แล้วชั้นจะไปยังงายยย ในที่สุด ก็ได้แต่ถอดแผ่นกระดานสกี แล้วหอบมันลงมา (หนักนะ) ตอนแรกพยายามนั่งไถๆลงมา (อนาถใจมาก) แต่มันไถไม่ไป เลยเดินหอบลงมา แค่เดินยังแทบจะล้ม ก็มันชันจริงๆอ่ะ เฮ้อกว่าจะลงมาได้ หลังจากนั้นก็เป็น beginner เหมือนเดิม แต่เส้นทางมันยาวไกลมาก กลับไปลานตอนเช้ายังดีซะกว่า ในป่านี่ ไม่เห็นอนาคตเลยว่าเมื่อไหร่จะถึง ต้องพยายามไถๆล้มๆไปให้ได้ ซึ่งก็ล้มเละเทะมาก หัวกระแทกไปสองที (แต่คิดว่าสมองน่าจะยังปกติ) ไม่นับท่าล้มแปลกๆอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งบางช่วงต้องขอนั่งก่อน เพราะลุกไม่ไหวแล้ว หมดแรง โดยเฉพาะแขน (ใช้ biceps เยอะมาก) ตรงนี้จะมีกองหิมะข้างทางเยอะมาก และเราก็ไถลเข้าทุกทีเรยยย กว่าจะโผล่ออกมาได้นี่ ต้องถอดกระดานสกีออกก่อน เพราะกระดานมันโดนหมกหิมะ ไม่สามารถใช้ขายกออกมาได้ทั้งหมด ตอนระหว่างนี้ ก็มีพรสรรคอยพากย์เป็นระยะๆเหมือนเดิม แต่เป็นการบอกจากไกลๆ เพราะมันไปก่อนล่วงหน้าเยอะแล้ว แต่ก็ดีนะ เราไปวันจันทร์ไม่ค่อยมีคนมาก หรือคนที่ผ่านเค้าก็ผ่านไปกันเร็วๆ ไม่มีใครมาง่อยๆเหมือนเราหรอก และวิวตรงนี้สวยมากจริงๆ เห็นเขาลูกอื่นได้ด้วย มีบางช่วงที่ต้องพุ่งไปตรงๆ โดยไม่ต้องใช้ความสามารถอะไรเลย มันให้ฟีวดีจริงๆนะ (มันดีกว่าเล่นไอซ์หลายเท่านัก โฮะ โฮะ) แต่ฟีวดีอย่างนี้อยู่ครั้งสองครั้ง แล้วก็ล้มอนาถใจเหมือนเดิม

บางช่วงเราก็เลี้ยวไปเลี้ยวมาได้สวยเหมือนกันนะ โฮะ โฮะ แล้วก็ล้มอีก พอกลับลงไปถึงลานตอนเช้าได้นี่ เหมือนเล่นได้แล้วนะ สงสัยเจอของแรงมา แต่ใช้เวลาในป่านี่นานทีเดียว และเราก็เหนื่อยสุดๆ เลยเลิกแล้ว ปล่อยพรสรรไปแรดๆเองต่อ

View
วิวจากลานสกี สวยมั้ย เป็นภูเขาด้านตรงข้าม พอเอาไว้หลอกลวงว่าเป็นฟูจิได้ เสียดายมีเมฆบัง

DSC01870
หมดสภาพ

ตอนหอบของกลับมานี่ หมดสภาพมากๆ หิมะเต็มตัวเรย จริงๆแล้วไม่มีแรงหอบของด้วย หลังจากนั้นก็นั่งรถกลับไปสถานีบ้านนอก Kutchan ซึ่งหลังจากนี้ก็ไม่ต้องรีบกลับ เพราะมีรถไฟอีกเรื่อยๆ พรสรรก็เชคมาแล้วว่ามีออนเซนใกล้ๆสถานี แต่พอยิ่งเดิน มันยิ่งบ้านนอกยิ่งกว่าเดิมอีก หิมะก็เยอะกว่าซัปโปโรมากๆ เพราะอยู่ฝั่งตะวันตกมากกว่า ลมพัดจากทางนั้น บนถนนก็มีแต่หิมะสูงๆ รถก็ไม่ค่อยแล่นผ่าน ฟ้าก็ค่อนข้างมืด (แต่ที่นี่ญี่ปุ่น มั่นใจว่าปลอดภัย) เดินไปแบบไร้อนาคตมาก แถมชั้นทั้งเมื่อยทั้งเหนื่อยอีก โดนพรสรรล่อลวงอีกแล้ว แต่ในที่สุด มันก็ถึงอ่ะนะ ประมาณกิโลนึง ก็ไปแช่ออนเซนกันชั่วโมงนึง เราว่ามาสกีที่ญี่ปุ่นไม่เหมือนที่อื่นก็ตรงนี้แหละ เพราะพอเหนื่อยมากๆก็ได้มาแช่ออนเซนต่อ และราคาก็ไม่ได้แพงมาก

Street
ถนนที่บ้านนอกสุดๆ ไม่มีรถผ่านเลย


อ้อ ลานสกีที่นี่เปิดถึงต้นพฤษภาเลยนะ แต่หิมะอาจจะไม่ค่อยน่าเล่นเท่าไหร่ เพราะละลายสิ้นกลายเป็นน้ำแข็ง ถ้าได้กลับมาซัปโปโรอีกรอบ ก็อยากไปอีกนะเนี่ย คงไม่อนาถใจเท่านี้แล้วแหละ แต่ตอนนี้ขอพักก่อน ปวดทั้งตัวเลย

บลอกช่วงนี้อาจจะเล่าอะไรแรดๆหน่อยนะ ไม่ต้องอิจฉาหรอก เพราะชีวิตแบบนี้หมดแล้ว พรสรรกลับไปแล้ว ต้องกลับไปหมกตัวทำงานทำการทั้งวันเหมือนเดิม แต่อาจจะเอาเรื่องที่ไปเที่ยวมาเล่าย้อนให้ฟัง

Categories: ,

2 Comments:

Anonymous Anonymous said...

เข้าใจแล้วว่าทำไมเค้าถึงบอกกันว่าต้องลองเล่นสกีซักครั้งในชีวิต รูปดี้สวยจัง เหมือนในการ์ตูนญี่ปุ่นเลย

อุ้ม

8:25 AM

 
Blogger DeeDee said...

อ้าว เรายังไม่เห็นเข้าใจเลย ว่าทำไมต้องลองเล่นสกีซักครั้ง

9:44 PM

 

Post a Comment

<< Home