First Time: Onsen (Hot Spring)
ในที่สุดก็ได้ฟูลฟิล (fulfill) หนึ่งในสองอย่างที่อยากทำที่ฮอกไกโดแล้ว นั่นก็คือ การไปออนเซน (น้ำพุร้อน) อีกอย่างคือไปสกี ซึ่งจะได้ฟูลฟิลพรุ่งนี้ ดูซิ อยู่มา 3 เดือน เพิ่งจะได้ไป ก็เพื่อนที่นี่ส่วนใหญ่ไม่ว่าง หรือถ้าว่างก็ไม่มีรถ เพราะต้องขับรถไป พอดีพรสรรมา โฮสท์เลยพูดเหมือนว่าจะพาไปแต่ก็ poor prog อยู่ดี (แปลว่า โอกาสรอดหรือหายต่ำ ความเป็นไปได้ต่ำ มาจาก prognosis) เรากับพรสรรก็ตัดสินใจว่ายังไงก็จะไปแน่ๆ ไปกันเองก็ได้ เผื่อโฮสท์ไม่อยากไป เกรงใจ แต่ในที่สุดเค้าก็พาไป แต่ไปเฉพาะโอโตซัง และก็เรากับพรสรร
ถ้าอยากอ่านต่อก็ คลิก!
ตอนแรกกลัวๆอยู่ทีเดียว เพราะไม่มีใครเข้าด้วยน่ะสิ ต้องไปเผชิญอะไรเองคนเดียว จะไปรู้เหรอ ว่าต้องทำอะไรยังไงที่ไหนตรงไหน แต่ก็ดีไม่มีใครรู้จัก ยางอายจะได้หายไป ออนเซนส่วนใหญ่อยู่ตามโรงแรม (เพิ่งรู้เหมือนกัน) เป็นโรงแรมหรูเลยอ่ะ เพราะปกติในหนังญี่ปุ่น จะเป็นโรงแรมเล็กๆ แบบกิจการของครอบครัว แต่ที่เห็นส่วนใหญ่ในโฮมเพจ ก็เป็นโรงแรมใหญ่ๆหมด โรงแรมที่เราไปก็ขับรถไปไกลเหมือนกัน นานเท่าไหร่ไม่รู้ เพราะหลับ ก็เหมือนเป็นโรงแรมธรรมดา แต่ก็มีส่วนของออนเซ็น คนก็มากันเยอะอยู่ แบบไปกลับวันเดียว ไม่ต้องค้างก็ได้ ค่าเข้า 800 เยน (300 บาทได้มั้ง) ก็อยู่ได้จนปิดอ่ะ ปิดประมาณเย็นๆ พอจ่ายตังค์เรียบร้อย (โฮสท์ออก) ก็ต้องแยกแล้วสิ เราก็แบบ อ้าว ชั้นจะทำอะไรถูกมั้ยเนี่ย แต่ก็ได้ศึกษามาบ้างเล็กน้อย จากโฮมเพจทั้งหลาย และจากพรสรรติวก่อนเข้าเล็กน้อย ว่าต้องทำยังไงบ้าง จริงๆที่จะเล่าก็อาจจะหาอ่านได้ทั่วไป แต่เราจะเล่าเวอร์ชันเราเองละกัน จะติดเรทมั้ยเนี่ย
ก็พอเข้าไปถึง ก็มีตะกร้าใหญ่ๆให้ใส่เสื้อผ้า วางอยู่บนชั้น ซึ่งก็ไปจับจองเป็นของตัวเองได้ แต่ไม่มีคนเลย มีแต่คุณยายแก่ๆกำลังใส่เสื้อผ้า แสดงว่าเสร็จแล้ว อ้าว แล้วชั้นจะเลียนแบบใครล่ะเนี่ย เดินไปเดินมา เอาพวกของมีค่าไปเก็บลอคเกอร์ กุญแจก็จะให้แบบสวมแขนเอาไว้ ซักพักก็มีคนเข้ามา เราก็เลียนแบบซะเลย จริงๆไม่ได้อยากดูคนอื่นหรอกนะ แต่มันไม่รู้ว่าต้องทำยังไงนี่ ก็เลยต้องแอบดูบ้าง แต่คนอื่นไม่มีใครเค้าสนใจกันหรอกนะ เค้าก็จะถอดๆ แล้วเอาใส่ตะกร้าที่บอกไว้ เสร็จแล้วก็เอาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่คลุมไว้ กันประเจิดประเจ้อ เหลือแต่ผ้าขนหนูผืนเล็กผืนเดียว ที่เอาติดตัวไปได้ ก็ไปตรงโซนที่ให้อาบน้ำได้ จะมีฝักบัวเรียงเป็นแถว (จริงๆ อาบแบบนี้เราเคยมาแล้ว แต่ควรเล่าอีกรอบ) แต่เป็นฝักบัวระดับต่ำ เพราะต้องนั่งอาบ ก็จะมีเก้าอี้เตี้ยๆให้นั่ง มีขันใบเล็กๆให้ใส่ผ้าขนหนูได้ สบู่แชมพูก็มีให้ (ของ shiseido ด้วยนะ) ข้างหน้าก็เป็นกระจก ก็อาบน้ำตรงนี้ก่อน ก็แอบดูอีก ว่าต้องอาบอะไรเป็นพิเศษป่าว แต่ก็จัสท์อาบให้สะอาดน่ะ แล้วก็เดินไปลงบ่อ ซึ่งมีทั้ง indoor และ outdoor แต่เรากลัวว่ามันต้องร้อนมากแน่ๆเลย พรสรรบอกไว้ก่อนว่า ถ้าไป outdoor มันจะร้อนน้อยกว่า เราเลยไป outdoor ซึ่งดูแรดมากๆ จะเรียงรายด้วยหิน มีหลังคานิดนึง และตอนนั้น หิมะตกกำลังสวยพอดี บรรยากาศไฮโซมากๆๆๆ บ่อจะติดกับภูเขาพอดี ซึ่งก็เป็นเขาลาดขึ้นไป มีหิมะปกคลุมหนาทีเดียว ต้นไม้แบบโกร๋นๆ แต่ก็มีหิมะเกาะ และหิมะก็โปรยปรายอีก ชอบมากๆ แต่น้ำก็ร้อนอยู่ดี แต่ไม่ลงก็ไม่ได้ เพราะถ้าค่อยๆลง ตัวข้างบนคงหนาวตายก่อน (ประมาณ -3 C) เราเลยแช่ไปเลย แต่พอแช่ได้แป๊บเดียวก็รู้สึกว่าอุ่นกำลังดี relax ใช้ได้ ตรงที่เราแช่ไม่มีหลังคาด้วย หิมะก็จะตกใส่หน้า แต่ตัวข้างล่างจะอุ่นๆ แต่ซักพักทนไม่ได้ ขอมีหลังคาดีกว่า ผ้าขนหนูผืนเล็กนั่นก็ต้องเอามาด้วยนะ แต่ห้ามจุ่มน้ำ บางคนก็วางตามก้อนหิน บางคนก็วางบนหัว ส่วนเราเอามารวบผม ก็ไม่มีใครบอกนี่ว่าถ้าผมยาวควรรวบ เค้ารวบขึ้นกันหมดเลย เหนือน้ำก็ควันขึ้นพอควร บางช่วงก็ขึ้นจนมองไม่เห็นอะไร เป็นผีจากุซซี่ของอนุชาไปเรยย เค้ามีบ่อ outdoor อยู่ 2 บ่อ เราก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพราะถ้าแช่นานๆจะรู้สึกอึดอัดอ่ะ คงเพราะครั้งแรกมั้ง รู้สึกได้เลยว่า heart rate สูงมาก ถ้าอยู่นานๆจะร้อน และความชื้นสูงด้วย มันเลยอึดอัดเข้าไปอีก และก็ย้ายไปบ่อ indoor ซึ่งก็เหมือนสระว่ายน้ำทั่วไป แต่เล็กกว่า แต่ก็มองเห็นข้างนอกได้เหมือนกัน แต่บรรยากาศข้างนอกแรดกว่าเยอะ ข้างในเฉยๆกว่า เพราะเจอของแรดจากข้างนอกมาแล้ว
พอร้อนมาก เราก็กลับมาอาบน้ำ คราวนี้อาบแบบอาบเป็นอาบ (จากที่อ่านมาเค้าบอกว่ารอบแรก ไม่ต้องอาบมาก แค่สะอาดก็พอ) ก็เอาผ้าขนหนูที่มีถูกับสบู่ (ดูคนข้างๆมา) แล้วก็ขัดมันทั้งตัว ซึ่งเห็นเค้าใช้ผืนเดียวเช็ดตั้งแต่หัวถึงเท้า บางคนก็เอาพวกแชมพูสบู่มาเอง แต่ของที่โรงแรมมีให้ก็คุณภาพดีแล้วนะ อาบตรงนี้นานพอสมควร แล้วก็ลงไปแช่ต่อ ไปซาวน่าด้วย แต่ร้อนโคตร และบรรยากาศไม่ประทับจิต เลยไป outdoor เหมือนเดิม ซึ่งหิมะก็ยังตกเรื่อยๆ อยากถ่ายรูปเก็บไว้มากๆ แต่จะถ่ายยังไงล่ะ พอแช่จนพอใจ ก็อาบอีกรอบ (จากที่อ่าน เค้าไม่ให้อาบอีกเพราะ full effect of minerals จะหายไป แต่พรสรรบอกว่าแล้วแต่ที่ เราก็เลยไปอาบอีก) พออาบเสร็จก็กลับมาแต่งตัว จบข่าว แต่หลังจากนั้น น่านอนมากๆ จริงๆน่าจะมากลางคืน แล้วนอนโรงแรมต่อไปเลย จริงๆเหมือนจัสท์แค่มาอาบน้ำ แต่เป็นการอาบน่้ำที่บรรยากาศดีจริงๆ ^_^
คราวหน้าอยากมาอีกนะเนี่ย เดี๋ยวเอาไว้ไปล่อลวงใครให้พามาอีกดีกว่า ที่ฮอกไกโดมีชื่อเรื่องออนเซนมาก มีอีกตั้งหลายที่ที่น่าไป แต่ยังไงก็ไม่มีทางมากับเพื่อนคนไทยแน่นอน อันนี้รับไม่ได้ วันนี้ไม่มีรูปนะ ไม่งั้นจะกลายเป็นบลอกนู้ดไป จริงๆก็ถ่ายรูปไม่ได้ด้วยแหละ ถ้ายังไงเข้าไปดูในโฮมเพจของโรงแรมละกัน ซึ่งถ้าสามารถเข้าของภาษาญี่ปุ่นได้ จะเห็นรูปสวยกว่า (เลือกตรงที่ให้เลือกว่าเมนู แต่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น อันริมขวาสุด แล้วก็มั่วต่อเอาเอง)
Categories: travel, japan

1 Comments:
เพิ่งมาอัพเดทเรื่องของเจ้ให้แม่มะกี๊เอง นั่งอ่านไป 5-6เรื่องได้ก่าจะหมด ก็ช่วงสอบอะเลยไม่ได้มาอ่านเลย แม่ก็คอยถามอยู่ทุกวันอะว่าเจ้ส่งเมลมาบ้างป่าว หวานก็เฉไฉไปเรื่อยอะ หุหุ ขี้เกียจเปิดคอม ถ้าเปิดทีคงไม่ได้อ่านหนังสือ ตอนอ่านไปแม่ก็มีขำๆ บ้าง แล้วหวานก็ต้องอธิบายบางคำที่เป็นศัพท์สแลง ศัพท์แปลกๆ ของเจ้ อย่างคำว่า "ปะกิสว่า" หรือ อะไรแบบเนี่ย... อืม แม่ก็บอกว่าโชคดีที่มีโฮสท์ใจดี
5:36 PM
Post a Comment
<< Home