Sayonara Sapporo
ในที่สุดก็ต้องออกจากซัปโปโรแล้วล่ะ ไม่รู้จะได้กลับไปอีกเมื่อไหร่ แต่คงอีกนาน อย่างที่อาจจะเคยบอกๆไปแล้ว ตอนนี้ซัปโปโรเป็นเมืองที่เราชอบที่สุด แสงสีมีกำลังดี และก็มีธรรมชาติใกล้ด้วย อากาศก็ดี ยกเว้นอย่างเดียวคือ หิมะ ซึ่งตอนเราออกมาเมื่อวาน หิมะก็ยังไม่ถมเลย เห็นว่าปีนี้ผิดปกติ ตอนเรามาปีที่แล้ว หิมะก็หนักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พอปีนี้ ดันแทบไม่มี ความทรงจำดีๆของเรากับซัปโปโรส่วนใหญ่จะเป็นช่วงหน้่าร้อน กับใบไม้ร่วง (ใบไม้ผลิมาไม่ทัน) ซึ่งอากาศกำลังสบาย ต้นไม้ใบหญ้างดงาม เราก็เขียนชื่่นชมไปเยอะแล้วอ่ะนะ ก็ถ้ามีโอกาสได้กลับมาอีก ก็อยากมาช่วงนั้นแหละ หน้าหนาวถ้าจะมาก็เหตุผลเดียว คือ เล่นสกี (แต่จะได้มามั้ยเนี่ย)
ถ้าอยากอ่านต่อก็ คลิก!
มีเรื่องผู้คนที่ผูกพันอีก อยากรู้เหมือนกัน ว่าคนอื่นเวลากำลังจะออกจากเมืองที่อยู่มาเป็นปีๆ จะเศร้าอย่างเราที่อยู่มารวมๆแล้วเกือบสิบเดือนอย่างนี้มั้ย ส่วนใหญ่ที่ไปทำแลบตอนนี้ก็เหมือนจะเป็นความสัมพันธ์กับคนในแลบ หรือถ้าไปเรียนก็เป็นกับเพื่อนร่วมชั้นซะส่วนใหญ่ ซึ่งเรากับคนในแลบ เราจะเฉยๆ เพราะไม่ได้คอนแทคมาก แต่กับคนอื่นเนี่ยสิ อย่างเช่นโฮสท์ที่เคยอยู่ด้วย คุณป้าเซนเซที่สอนคุมง นามิและแฟมิลี่ บ้านฮารู โทชิและอาโกะ (แต่กับอาโกะมากกว่า เพราะมาสนิทกับเธอมากขึ้นก็ที่นี่แหละ ส่วนโทชิ จำนวนวันที่เจอนอกญี่ปุ่นรวมแล้วยังมากกว่าที่เจอในญี่ปุ่นหลายเท่า) และก็คุณครู คนที่จะหน้าจะได้เจออีกในเร็วๆนี้ก็ไม่เศร้ามาก แต่กับคนที่ไม่ก็แอบเศร้า ก็คงจะพยายามส่งโปสการ์ดไปหาบ้าง ส่วนคนไทยด้วยกันก็ไม่รู้จักเลย เห็นอ่านในบลอกคนอื่นก็จะมีเพื่อนคนไทยเยอะแยะมากมาย เลยอยากรู้ว่าผูกพันกับคนท้องถิ่นบ้างมั้ย
จริงๆแล้ว การมาซัปโปโรนี่ ไม่ได้อยู่ในแพลนของเราและอาจารย์ที่เมืองไทยเลย เพราะแพลนว่าจะไปชิคาโกอย่างเดียว มันเป็นอะไรที่ตัดสินใจกะทันหันมาก ประมาณว่าเราไอเดียบรรเจิด ว่าทำไมไม่หาแลบที่ญี่ปุ่นไปเทรนเล่นๆล่ะ โดยผ่านไอแอฟ ก็กะไปแค่เดือนนึง พอเสิร์ชๆโปรเจคดู ตอนแรกอยากได้โตเกียวไม่ก็โอซาก้า เพราะอยากแสงสี แต่ไม่มีโปรเจคที่เกี่ยวเลย จนเจองานอันนี้เกือบท้ายๆ แล้วก็ไปเสนออาจารย์ อาจารย์บอกว่าไปสามเดือนเลยก็ได้ เอาให้ได้งานกลับมา แต่พอติดต่อสมัคร มันต้องติดต่อล่วงหน้าปีนึง แต่เราสแตทมาก สามเดือนเอง ขนาดให้เคโกะ ซึ่งตอนนั้นเป็นเพรซซิเดนท์ไอแอฟญี่ปุ่น ก็ช่วยไม่ได้ เลยต้องไปถึงมือฮารู ซึ่งตอนนั้นยังเป็นแค่เลขาเคโกะ ติดต่อให้ เพราะมันเป็นมหาวิทยาลัยของเธอ ซึ่งเธอก็ดีมากๆ เธอเจอเราแค่ผ่านๆเวลาประชุม เพราะช่วงนั้น เราได้ดิบได้ดี งานการเยอะมาก จนไม่ได้สังสรรค์เท่าไหร่ แต่เธอก็ช่วยอย่างกะรู้จักกันมานาน โดยไปถามคุณครูให้โดยตรงว่ารับเรามั้ย คุณครูก็บอกว่ารับก็ได้ แค่นี้แหละ จบข่าว เราก็เลยได้มา ฮารูก็ช่วยต่อเรื่องหาโฮสท์ให้อีก จนคิดว่าฮารูควรตั้ง โครงการแลกเปลี่ยนของฮารู ได้แล้ว เพราะล่าสุดเธอก็เพิ่งจัดการให้เพื่อนเราจากเยอรมันอีกคนไป แต่เป็นแลกบนวอร์ด
เรื่องแลบช่วงแรกก็ดีงามมากๆ คุณครูก็ช่วยดีมากๆ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้สนิทมากมาย คุณครูก็ไม่ค่อยพาไปไหน เพราะดันไปหน้าหนาว คุณครูเกลียดหน้าหนาว พอผลแลบดี ก็กะต่อวีซ่า ปกิส มีปัญหาต่อไม่ได้ เราก็กรี๊ด ทำไงดี ผลแลบช่วงปลายๆก็เริ่มเน่า มันเลยค้างคา อาจารย์ที่เมืองไทยก็บอกว่า งั้นกลับมาวางแผนใหม่ดีๆ แล้วกลับไปทำต่อ จากสามเดือน ก็เลยกลายเป็นว่า กลับไปอีกสามเดือนละกัน ก็รอจัดการเรื่องวีซ่าและเอกสารต่างๆ จนได้มาอีกทีตอนปลายมิถุนาปีนี้ ซึ่งคุณครูเตรียมทำบางอย่างปูทางให้แล้ว ผลก็ออกมาดี แต่พอเราทำต่อๆไปซักพัก เริ่มพบว่าเซลล์คอนแบคทีเรีย อย่างที่บ่นไปมากมาย ก็มีปัญหาเรื่องเซลล์อยู่นานมาก ประมาณสองเดือนสามเดือนได้ หลายคนก็บอกว่า ถ้าไม่ได้ก็กลับเมืองไทยเถอะ มันไม่ใช่ไม่ได้น่ะสิ แต่มันยังไม่ได้ทำเลย เราก็เลยไม่ยอม ขออยู่ต่อ ฮารูก็ใจดีให้อยู่ (จริงๆแล้วตัวฮารูเอง บอกว่าอยากอยู่ถึงเมื่อไหร่ก็ได้ นานๆยิ่งดี) ซึ่งเพราะฮารูเราเลยมีเงินเหลืออยู่ต่อได้ เนื่องจากประหยัดค่าบ้านค่าข้าวได้มาก (เกาะเป็นเกาะ)
ช่วงแลบง่อยๆนี่ คุณครูก็พาเที่ยวใหญ่เลย มันหน้าร้อนด้วยแหละ จนประมาณตุลา เราเริ่มกลับมาทำงานได้อีกครั้ง แต่ยังมีปัญหาเรื่องเซลล์เล็กน้อย จนมารัวทำได้จริงๆก็ตอนปลายตุลา หลังจากนั้นเราก็ทำแบบเป็นวัวเป็นควายมาก ทั้งวันทั้งคืน ซึ่งเทคนิคนี้ เราทำมาสองปีแล้ว แต่ไม่ได้ผลอะไรมีค่าเลย จะว่าไปก็ไร้ค่า แต่จะว่าอีกที ก็เพราะเราเชี่ยวเทคนิคนี้มาสองปี เราเลยวางแผนได้ดี สามารถรัวทำออกมาทีเยอะๆได้ ในเวลาไม่ถึงสองอาทิตย์ แต่เหนื่อยจริงๆ ก็คิดดู ปกติอยู่เมืองไทย PCR วัละรอบ รันเจลวันละเจล เนื่องจากคนแย่งใช้เยอะ อยู่ที่นี่เหรอ PCR ไปสามรอบต่อวัน แต่ละรอบ ก็ยี่สิบหลอดอัพ จำนวนเจลก็ไม่ต้องพูดถึง แต่ก็คุ้มค่าเหนื่อย เพราะผลดีงามทีเดียว ส่วนแลบอีกด้านนึง ที่ต้องใช้กล้่องแรดๆ คุณครูก็บางวันทำให้บ้าง เพราะเราไม่มีเวลา แต่บางวันเราก็แบ่งภาค ทำมันทั้ืงสองอย่างนี่แหละ แต่ต้องแบ่งเวลาดีๆ ตอนกลางคืนก็มานั่งปั่นเดต้าต่อ ซึ่งปกติไม่ฟิตอย่างนี้หรอก ขนาดปวรยังด่าว่าทำตัวเป็นคนจีนเวลาไปทำแลบเมืองนอก ขยันเกินงาม แต่เราก็เพิ่งมาทำแบบนี้แค่เดือนสุดท้ายนี่แหละ ก่อนหน้านี้ก็ลำไยจะตาย
ก่อนหน้านี้เรามักจะบอกเพื่อนฝูงว่า ถ้าจะต่อ PhD เนี่ยคิดดีๆนะ เพราะแลบเราเฟลสุดขีด มีอะไรเซ็งๆหลายๆอย่าง แต่ตอนนี้หลังจากที่อะไรดีงามขึ้น ก็ขอกลับคำพูด มันก็สนุกดีนะ เวลาทำอะไร แล้วได้ผลออกมาน่ะ ก็ถึงแม้ว่าบางอย่างคุณครูทำแทนเราให้ได้ แต่เราก็อยากทำเอง เห็นเอง หรือบางอย่างที่มันไม่ได้คาดหวังว่าจะมีผล แต่พอเจอ แล้วไปลิงค์กับที่เราเคยอ่านเปเปอร์แล้วยังเควสชั่นมาร์คไว้ ว่ามันน่าจะเป็นอย่างนี้รึป่าว แล้วจากผลของเราเหมือนจะเป็นอย่างนั้น มันตื่นเต้นดีนะ เหมือนได้ดิสคัฟเวอร์ดี (แต่เพิ่งทำซ้ำ เหมือนมันจะไม่ใช่อ่ะ อ้าว)
นอกจากคุณครูแล้ว ก็ยังมีโพสเฟสเซอร์หัวหน้าภาค มาช่วยนั่งอ่านเปเปอร์ให้เราอีก แถมมีการอ่านอะไรมา ก็มาแบ่งให้เราอีก ซึ่งตอนแรกเค้าไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับงานเราเลย จนมีวันนึงเรียกเราไปเลคเชอร์ให้ฟังว่าทำไมถึงอยากทำ พอเค้าฟัง ก็รู้สึกน่าสนใจ เลยไปนั่งสตัดดี้ด้วยตัวเองใหญ่เลย แบบว่า แอบประทับใจมาก
เอาล่ะ เล่ามายาวเหยียด ถึงเหตุการณ์ต่างๆและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ก็คงได้แต่ขอบคุณ ที่มีส่วน เรายังไม่แน่ใจเรื่องงานเราเรื่องตีพิมพ์ว่าจะได้ขนาดไหนและยังไง ยังไม่ได้เริ่มเขียนหรือทำอะไรเลย ต้องกลับไปคุยกะอาจารย์ที่เมืองไทยอีก แต่คาดว่าปีใหม่นี้ เราจะหมกตัวเตรียมเขียนเปเปอร์ (แค่เตรียม ต้องอ่านอีกเยอะ) ที่แลบไม่ก็ที่หอ และก็ทำแลบเพิ่มไปด้วย ตอนนี้มาอยู่โตเกียวอาทิตย์นึงก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนยาวของเราแล้ว
ต้องขอบคุณ พรสรรกับเอ ด้วย ที่ช่วยเราเรื่องความเป็นอยู่ที่ญี่ปุ่นหลายๆเรื่อง ตอนนี้ก็มาเกาะพรสรรอยู่อีก (โดนขู่ไล่ออกจากบ้านทุกวันเลยอ่ะ)
อยากบอกอีกอย่างว่า เราไม่ได้บ้าญี่ปุ่นอะไรอย่างที่หลายๆคนคิดนะ ยิ่งมาอยู่อย่างนี้ด้วยแล้ว ยิ่งเรียนรู้อะไรมากข้ึน มีหลายเรื่องอยากบ่นอยากด่า แต่มันความเห็นส่วนตัวเราเกินไปหน่อย ก็เลยเลือกที่จะชื่นชมซะมากกว่า แต่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เหมาะแก่การมาใช้ชีวตซักพักนะ (นานๆก็ไม่ดี) เพราะจะได้เรียนรู้อะไรแปลกๆเยอะเลย ถ้ามีโอกาสอีก เราก็อยากมาอยู่ญี่ปุ่นนานๆอีกนะ แบบเที่ยวแป๊บๆไม่เอา มันไม่ได้อะไร
Categories: me, japan

1 Comments:
สวัสดีฮะ ...แวะมาเยี่ยมบ้าง เอ...รู้จักเราผ่านใครเนี่ยคะ ^^'' สงสัยอ่ะ อิอิ....
ไปญี่ปุ่นไปทำอะไรอ่าคะ
10:51 AM
Post a Comment
<< Home