Friday, April 07, 2006

การเมือง จริงๆ

หมายเหตุ ชื่อในเนื้อหาข้างล่างเป็นสิ่งสมมติขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลและสถานที่ที่มีอยู่จริง

เรื่องที่เขียนต่อไปนี้ เกิดจากอาการจี๊ดของเรา อยากให้เพื่อนๆหรือใครก็ได้ ที่ยังคิดว่าทักกี้ (นามสมมติ) ไม่เห็นผิดอะไร หรือขอวางตัวเป็นกลาง โดยที่ความเป็นกลางนั้น คือการไม่สนใจต่อข่าวสารต่างๆ ได้เข้าใจเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในเมืองไทยตอนนี้มากขึ้น เรากล้าพอที่จะเขียน เพราะเราก็เชื่อว่า เราอ่านข่าว มาเยอะพอ และไม่ใช่เลือกอ่าน เราอ่านหมด ทั้งเชียร์ทั้งด่า แต่เพื่อนคนอื่นอาจจะไม่ได้ว่างงานขนาดเรา ก็เลยอยากเขียนเล่าให้ฟังบ้าง และอยากขอให้เปิิดใจอ่านด้วยนะ

อ่านต่อเถอะนะ คลิก!

โกงเหมือนกันหมด
ที่ผ่านมา ยังมีอีกเยอะแยะที่บอกว่า ถ้าทักกี้โกงแล้วไงล่ะ คนอื่นก็โกง คำพูดนี้เป็นคำพูดเบสิคมาก เพราะตอนแรกเราก็เคยคิดอย่างนี้ แต่พอมาดูดีๆแล้ว ทักกี้ฉลาดว่าคนอื่นก่อนหน้านี้มากนัก เรายอมรับว่าฉลาดจริงๆ คนอื่นก็แค่โกงเงินเข้ากระเป๋า แล้วก็จบกัน แต่ทักษิณโกงฟอเอฟเวอร์ค่ะ เราจะโดนรีดไถไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัวค่ะ ยกตัวอย่างง่ายๆจากเรื่องแปรรูปการไฟฟ้า บางคนคิดว่า แปรรูปแล้วก็น่าจะดีนี่นา จะได้บริหารงานดีขึ้น เพราะมีความเป็นเอกชนเข้ามา ที่ญี่ปุ่นประชาชนยังสนับสนุนให้แปรรูปไปรษณีย์เลย เราก็เคยคิดอย่างนั้นมาก่อน แต่มันไม่ใช่แปรรูปอย่างโปร่งใสนะสิ การไฟฟ้าก่อตั้งโดย ร.5 เป็นของคนไทยแอฟเวอรี่ ปั่นไฟให้คนไทย ในราคาที่คนไทยรับได้ แต่ตอนนี้ กำลังจะรอโดนขายให้เป็นของเอกชน ซึ่งเอกชนในที่นี่ คือ บริษัทอะไรก็ไม่รู้ ที่ไม่มีตัวตน เป็นอะไรซักอย่างที่ไปเกี่ยวกันถึงธุรกิจของทักกี้ พูดง่ายๆก็คือ ก็เหมือนขายการไฟฟ้าให้ทักกี้น่ะแหละ แล้วต่อจากนั้น ค่าไฟก็โดนปรับตามใจชอบ บางคนอาจจะเถียงว่า รู้ได้ไงว่าจะแพง ก็ดูแค่ค่าบริการ AIS (นามสมมติ)สิคะ แพงพอมั้ย ซึ่งบริษัทไร้ตัวตนอันนี้ ก็จะขูดรีดเงินเราไปเรื่อยๆ โดยที่เราโวยวายไม่ได้ ก็เพราะมันของเอกชนนี่นา แถมเป็นเอกชนเจ้าเดียวในไทยด้วย (ถ้ามีเจ้าอื่นมา เดี๋ยวก็โดนกฏหมายให้ดับ เหมือนดีแทคและส้มและฮัทช์เองค่ะ-นามสมมติ) อย่างนี้เรียกว่าโกงฟอเอฟเวอร์มั้ย

แต่คนจนชอบทักกี้นะ ช่วยให้คนจนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น
ใช่ค่ะ คนจนได้แจกวัวแจกควาย ได้กองทุนหมู่บ้านตั้งล้านนึง ได้รักษาโรคในราคา 30 บาท มีโครงการโอทอปมาช่วยให้มีรายได้ ทุกอย่างฟังดูสวยหรู แต่มันเป็นเพียงคำโฆษณา เพื่อหลอกเอาคะแนนเสียงจากประชาชนตาดำๆ ซึ่งจริงๆแล้วเค้าก็แฮปปี้กับชีวิตเค้านะ ชนชั้นกลางอย่างเราจะไปขัดความสุขเค้าทำไม แต่เพราะถ้ากิจการของทักกี้อยู่ต่อไป รากหญ้าพวกนี้แหละจะโดนกระทบก่อน และช่องว่างระหว่างคนรวยคนจนก็ค่อยๆมากขึ้น สงสัยละซี่ว่าทำไม

เรื่องแจกวัวแจกควายแจกเงิน แจกค่ะ มีกองทุนกู้ยืมค่ะ มันเป็นการให้อย่างเดียวค่ะ โดยไม่สอนวิธีหาเงินค่ะ ไม่ได้สอนว่าจะทำไงให้พอเพียง (มีนโยบายอะไรเกี่ยวกะเรื่องนี้มะ?) พอเงินหมด ก็กู้ค่ะ หรือยังไม่หมด แต่อยากทำอะไรซักอย่าง ก็กู้ค่ะ โดยไม่ได้คิดเลยว่าเป็นหนี้ตั้งเท่าไหร่ แล้วชาวบ้านพวกนี้รู้มั้ยว่าFTA ที่ทักษิณไปเจรจาเปิดการค้าเสรีน่ะ มันกระทบพวกเค้าขนาดไหน ต่อไปสินค้าถูกๆจากจีนก็จะหลั่งไหลเข้ามา คุณภาพดีไม่ดีไม่รู้ แต่คนส่วนใหญ่ก็เอาถูกไว้ก่อน ยิ่งผลผลิตทางการเกษตรทั้งหลายจากจีนอีก เกษตรกรไทยมีผลผลิตที่ขายไม่ค่อยออก จนรัฐบาลต้องรับซื้ออยู่แล้ว ต่อไปยิ่งขายไม่ออกหนักกว่าเดิมอีก แล้วก็ยากจนแร้นแค้นสิคะ ในขณะที่ชนชั้นกลางอย่างเราๆก็ดี๊ด๊ากะของถูกๆจากเมืองนอก โดยไม่รู้ว่าเกษตรกรไทยเจ๊งกันไปเท่าไหร่ แล้วทำไมทักษิณถึงยอมให้มี FTA นะหรอ ข้อมูลตรงนี้เราไม่แน่นมาก แต่ที่แน่ๆ เอื้อประโยชน์กับบริษัทตัวเองเต็มๆ เช่น ออสเตรเลียเปิดรับธุรกิจโทรคมนาคมหลังจากเปิดการค้า แล้วโทรคมนาคมอะไรเนี่ย มันหมายถึงบริษัทไหนล่ะ มีข้อมูลพร้อมลิสท์อีกยาวเหยียด ที่ FTA Watch Group (เวบสมมติ)

ส่วนเรื่อง 30 บาท ก็จับใจความจากที่เพื่อนหมอบ่นๆกันมา บางคนอาจจะบอกว่า มันลำบากหมอ แต่ดีกะคนไข้นะ หมอควรเป็นคนดีทำเพื่อคนไข้จนๆ แต่ไม่ใช่ค่ะ โครงการนี้ทำให้เอะอะอะไรก็มาหาหมอ อีหนุ่ม (นามสมมติ) บ่นว่า กะแค่เสี้ยนตำก็มาหาหมอ ก็มัน 30 บาทเอง แล้วมันไม่ดียังไงล่ะ ก็แทนที่หมอจะเอาเวลาไปใส่ใจคนไข้ที่เป็นอะไรจริงๆ แต่ต้องแบ่งเวลาให้กับโรคหรืออาการที่จริงๆก็รักษาเองได้ ซึ่งก็ทำให้คนไข้วันๆนึงเยอะมาก ในขณะที่หมอมีจำกัด หมอก็ตรวจไม่ทัน ก็ต้องสักแต่ว่าตรวจ บางทีหน้าก็ไม่มอง ไม่งั้นไม่ทัน ทำให้วินิจฉัยผิดไปบ้างก็มี ก็กลายเป็นคนไข้ซวยอีก แต่ถ้าตั้งใจตรวจ ก็ต้องมีคนไข้ที่มานั่งรอกันเป็นวัน ก็บ่นว่าโรงพยาบาลแย่อีก ทีนี้หมอก็กดดัน เบื่อ เซ็งชีวิต อยากลาออก แล้วก็ไปอยู่เอกชน ซึ่งรพ.เอกชนดังๆหลายๆแห่งก็โดนทักกี้กว้านซื้อไปแล้วค่ะ

ยาเสพย์ติดอีกอันที่ชอบเอามาอ้าง ว่าหายไปแล้วจิงๆ อี๊ด (นามสมมติ) ยังเพิ่งบอกอยู่เลยว่ามีแทกซี่พยายามจะขายยาให้ (แสดงว่าอีี่หน้าตาเด็กใจแตกจิงๆ) แล้วเทียบกับฆ่าตัดตอนสิ ถ้าไม่หายก็ไม่แปลกหรอก คนก็ต้องกลัว อย่าสนใจแต่ผลลัพธ์อย่างเดียวสิ มันเป็นการคิดแบบธุรกิจเกินไป แต่เรื่องนี้ไม่ขอเขียนมากดีกว่า

จริงๆแล้ว เค้าก็ฟอเวิดกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วนะ พวกนโยบายแบบนี้อ่ะ ไม่ได้อ่านกันหรอ

เกลียดม็อบ ม็อบทำรถติด ม็อบทำเศรษฐกิจพัง
มาเรื่องม็อบบ้างดีกว่า หลายคนพยายามเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายนึง เราก็เป็นเช่นนั้นมาก่อน แต่เพิ่งจะมาประกาศจุดยืนต่อหน้าสาธารณชนไม่นาน ว่าชั้นแอนตี้ทักกี้ แต่ก็ไม่ได้โปรสนธิ (นามสมมติ) เราไม่ชอบให้เรียกม็อบที่แอนตี้ทักกี้ว่า ม็อบสนธิ เพราะเราเกลียดสนธิเหมือนกัน แต่เราก็ฟังใน 'สิ่งที่สนธิพูด' อยู่ดี ฟังตั้งกะยังมีเมืองไทยรายสัปดาห์ อุตส่าห์ไปโหลดมาฟังตอนอยู่ญี่ปุ่นนะ เพราะมันมีพอดคาสท์ ฟังแล้วดูแรดดี (ทำตาม อีพร ฮ่ะ (นามสมมติ)) พอตรงไหนใส่อารมณ์ด่าเกินไปหน่อย เราก็อิ๊กนอ จนหลังๆใช้อ่านเอาแทน แต่ที่เราไปม็อบมาหนนึง (อ่านเรื่อง ไปชุมนุมกัน) ไม่ใช่เพราะจะไปเชียร์สนธิหรือจำลอง แต่ไปเพราะอยากเหมือนเป็นส่วนนึง ที่แอนตี้ทักกี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นขอให้เข้าใจด้วยว่า การไปม็อบไม่ใช่การแสดงว่าชั้นเห็นด้วยกะสนธิ 100% เบื้องหลังสนธิเคยรักกันดีกะทักกี้ขนาดไหน เรารู้ดี

แรกๆ เราแอนตี้การมีม็อบด้วย คนเราน่าจะแก้ปัญหาด้วยวิธีดีกว่านี้สิ แต่ดูจากที่เกิดขึ้นสิ ไม่ว่าจะพูดดี หรือพูดด่า ก็ลงเอยที่ 'กรูไม่ออก' อยู่ดี (การเว้นวรรค ไม่ได้หมายความว่า มันจะออกไปแล้วไปลับนี่) สงสัยต้องแก้ปัญหาด้วยวิธี ระเบิดพลีชีพเท่านั้นมั้ง (อี๊ด (นามสมมติ) เสนอความเห็นมา) ตอนนี้เหมือนที่เราจะทำได้มากที่สุดก็คือ อยากบอกให้คนที่ไม่รู้ได้รู้ และไปม็อบกะเค้าบ้าง แสดงให้เห็นว่า ชั้นไม่เชื่อละครน้ำเน่านั่นหรอกนะ (ดูท่าหมอผีเขมรจะทำคุณไสยได้ผล เชื่อกันเต็มเลย ว่าต่อไปนี้ประเทศจะสงบสุข ทักกี้ทำถูกต้องแล้ว เย้ๆ อี๊ด (นามสมมติ) เห็นว่าอยากไปจะไปขายวิญญาณเรียนวิชาจากหมอเขมรเหมือนกัน) เราก็ไม่เห็นด้วยอีกที่ว่า การพูดในม็อบบางทีใช้คำรุนแรง เอาสนุกสะใจ แต่อันนี้ไม่รู้จะทำยังไงฮ่ะ ถ้ามองที่อีกฟาก ทักกี้ (นามสมมติ) มันพูดเอาความสะใจยิ่งกว่าอีกนะ ดูแต่ละประโยคสิ กลายเป็นคำฮิตอินเทรนด์ไปหมดแล้ว แต่มันก็ดีกะป้าๆลุงๆ เพราะช่วงแรกไม่มีสื่อไหนกล้าลงข้อมูลเหล่านี้ หรือด่าทักกี้เลย ต้องหาอ่านจากในเนท หรือดูช่องสนธิเอา พอป้าๆลุงๆที่ไม่ได้แตะเนท ได้ไปฟัง ก็น่าจะเข้าใจโลกมากขึ้น ปัจจุบันนี้เหลือแต่ฟรีทีวี ที่ยังไม่ด่า แต่นสพ.ทุกฉบับด่าหมดแล้ว (ถ้าไม่ด่าตรงๆ มันก็หลอกด่า)

ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ พังแป๊บๆตอนนี้ก็ดีกว่าพังในอนาคตมั้ยล่ะ แต่ถ้ายังคิดว่านโยบายทักกี้ทำให้ประเทศชาติเจริญฟอเอฟเวอร์ ก็ขอให้ย้อนกลับไปอ่านใหม่ และทำใจกว้างๆกว่าเดิม ซึ่งจริงๆแล้ว เศรษฐกิจก็เริ่มพังแล้วล่ะ แต่ยังไม่รู้สึก เงินคงคลังก็ร่อยหรอ เพราะนโยบายหลายๆอย่าง รวมทั้งซื้อนู่นซื้่อนี่ด้วย จะว่าไป ตอนนี้ หนี้ต่อหัวก็เพิ่มขึ้น เพราะแปลงหนี้ไปเป็นอย่างอื่นตะหาก

ที่ว่ามาเลเซียมาหนุนม็อบเนี่ย เราข้องใจมาก ข่าวมาจากไหน ผู้ใดไปจ้างม็อบหัวละ 500 มา ขอชื่อและเบอร์ติดต่อด้วย เราจะไปขอเงิน อิอิ ก็ตอนนี้จนนี่นา คนในแลบเราก็ไป นศพ.ที่รู้จักหลายคนก็ไป อาจารย์หลายคนก็ไป ทำไมไม่ได้เงินกันบ้างวะ โกดมากๆ ซีเรียสนะเรื่องเบอร์คนจ้างเนี่ย

ทักกี้เว้นวรรคแล้ว ยังจะโวยวายอะไรอีก ทักกี้ทำอะไรก็ผิดหมดใช่มะ
ยังฮ่ะ มันเก่งคิดแผนได้สุดยอดจิงๆ ตอนนี้ยังรักษาการณ์ แต่ 'กรูไม่ออก' แล้วรักษาถึงเมื่อไหร่ละ สภาก็ยังเปิดไม่ได้ หรือถ้าในที่สุด เปิดได้ ก็มีนายกตัวแทน สส.ในสภาก็มีแต่ ทรท. ปฏิรูปการเมืองไปก็ไร้ค่า โดนทักกี้ชักใยอีก นโยบายขายสมบัติก็ต้องโดนบังคับให้มีอยู่ดี สิ่งที่เหมือนจะดีที่สุดคือ ทักกี้ต้องไปแล้วไปลับ และจะดียิ่งขึ้น ถ้ามันโดนริบทรัพย์ด้วย จะสะจายมากๆๆ (เรื่องทักกี้กับในหลวง ทักกี้ปากเสีย เราอิ๊กนอนะ ถือว่าเรื่องไร้สติ ถ้าเราไม่อิ๊ก ป่านนี้ต้องไปร่วมม็อบคาราวานคนจนปิดเนชั่น (นามสมมติ) แล้วล่ะ)

ที่เขียนๆมา อาจจะดูเหมือน conspiracy theory ที่เกิดจากการใส่ไข่ของเราเอง แต่อย่าลืมว่าเราโง่การเมืองฮ่ะ ไม่สามารถคิดได้ขนาดนี้ ที่รู้ก็เพราะอ่านมาทั้งนั้น (อย่ามาหาว่าเราตามกระแส อย่ามาหาว่าเราไม่อ่านข่าว เราจะโกรธมากถึงมากที่สุด-ขอให้สังเกตว่า ไม่ได้ใช้คำว่า โกด แต่ใช้ว่า โกรธ แสดงว่าโกรธจิงๆ) แล้วเอามาเล่าเป็นภาษาง่ายๆ สรุปง่ายๆ จะให้เอาหลักฐานหรือข้อมูลแน่นปึ้กเนี่ย ขอให้ไปหาอ่านเอง ป้อนให้ได้แค่นี้

เน้นอีกทีว่า เราอ่านทั้งที่แบบเชียร์ทักกี้สุดขีด กับใส่ไฟทักกี้สุดขีด (เช่น ทักกี้วางแผนตั้งตนเป็นประธานาธิบดี โดยสาบานต่อหน้าหลุมศพบรรพชน ชอบข่าวนี้มากค่ะ) แต่ก็เลือกเชื่อ เพราะฉะนั้น ที่เราเขียนมานี่ก็ไม่ได้ให้เชื่อ แต่ขอให้เปิดใจอ่าน และหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจะเถียง แล้วหลังจากนี้จะเถียงอะไร ก็เอาเลย อยากรู้เหมือนกัน ว่ามีพอยท์ไหนที่เราเข้าใจผิดบ้าง อยากรู้จริงๆนะ ถ้าไม่เห็นด้วยอะไร เขียนมาเลย ได้โปรด พลีสๆ

ปล. 1 วันนี้ (ศุกร์ที่ 7) มีม็อบสุดท้าย (มั้ง) เราว่าจะไปนะ ไปกินข้าวจี่ (อิอิ) จัดที่สนามหลวงด้วย ใกล้ซีรี่จะตาย ถ้าเกิดอะไรขึ้น ดูท่าทางจะวิ่งหนีง่าย มีใครสนใจไปบ้าง ตอนนี้มี อี๊ด และอินซี่ (นามสมมติ) สนใจอยู่

ปล. 2 เราไม่ได้เครียดและจริงจังเรื่องการเมืองมากมายหรอกนะ ที่ทำไปเพราะความซาหนุกและสะจาย ถ้าข่าวการเมืองหมดเนี่ย คงจะเคว้งๆไม่มีไรทำไปพักนึง

ปล. 3 กรูสู้คนนะว้อย แต่กรูต้องใช้นามสมมติ เพราะกรูกัวโดนฟ้อง จริงๆแล้วมีคนคอยช่วยเขียนเมวนี้ด้วย ถ้าโดนฟ้อง หนูจะซัดทอด อิอิ

ปล. 4 อ่านที่เราเคยบ่นการเมืองก่อนหน้าที่ มีนา 49 และ ไปชุมนุมกัน

ปล. 5 จะฟอเวิด เมว/บลอก นี้ก็ได้ แต่ช่วยเอาอีเมวเราออกด้วย

Categories: ,

6 Comments:

Blogger pradt said...

ผมก็ไม่ชอบทั้งทักกี้(นามสมมุติ) และ ส้นถิ(นามสมมุติ) .. น่าจะริบทรัพย์สินแล้วเนรเทศออกไปจากประเทศทั้งสองคน
แต่คนไทยอีก 16 ล้านเสียง ยังคงหน้ามืดอยู่ เฮ้ออออ...

ปล. โดยเฉพาะไม่ชอบความคิดของทักกี้ี้(นามสมมุติ) เรื่องที่ว่าพัฒนาส่วนที่ตรูก่อน เขตไหนหน้าไหนไม่เลือก ก็ไปพัฒนาทีหลัง (ชาติหน้าตอนเย็นๆ) อ้าว งี้ไม่ได้พัฒนา ผมก็ไม่ต้องจ่ายภาษีก็ได้สินะ ....

3:40 PM

 
Blogger Phang-sang said...

ไม่ได้มาเมนท์ตั้งนาน ก็อ่านอยู่นะ
คราวนี้มาบอกว่าเห็นด้วย

ตอนแรกอ่านอีเมล์เพื่อนๆก็อยากจะเขียนเหมือนกัน แต่หลายคนก็เขียนได้ค่อนข้างตรงกับความรู้สึกเราแล้ว
ก็เลยไม่เขียนเดี๋ยวจะซ้ำซ้อนป่าวๆ

5:01 PM

 
Blogger Paworn said...

แต่อย่างน้อยแท็กกี้ก็ประสบความสำเร็จตามแผนนะ ไม่ต้องลาออก แค่ไม่รับตำแหน่ง มันเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อะ เหตุการณ์อย่างนี้ เพราะการลาออกมันเป็นการทำลายชื่อเสียงของตัวเอง และทำให้ตัวเขาเองหมดความเชื่อมั่น แต่การทำอย่างนี้ ก็เหมือนเล่นตามเกม ถอยไปหนึ่งก้าวตั้งหลัก แล้วสักวันเขาก็ต้องหาโอกาสมามีบทบาทใหม่ แต่ที่แน่ๆ ไม่ได้อยู่ในฐานะผู้นำหรอก แต่เป็นผู้บงการมากกว่า ประเทศไทยไม่มีวันที่จะหลุดรอดจากอิทธิพลของเขาหรอก จริงๆ

7:18 PM

 
Blogger Paworn said...

อ๋อ แล้วเรื่องขายช่งขายชาติ เราอยากให้ยับยั้งชั่งใจ (ในการด่า) และก็คิดให้มากๆ หน่อย เพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แท็กกี้คนเดียวไม่สามารถทำเรื่องอย่างนี้ได้หรอก เรื่องนี้มันต้องผ่านหลายสเต็ป ตั้งแต่ครม. สภา ในก็ที่สำคัญต้องผ่านเบื้องสูงด้วย การที่จะมากล่าวหาคนเดียว ก็จะมีผลกระทบต่อสถาบันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในขณะที่บุคคลๆ หนึ่งเป็นผู้นำ แต่ถ้าหากมันเกิดขึ้นจริง แสดงว่ามันผ่านความเห็นชอบของสถาบันที่เรากล่าวถึงด้วย เรื่องนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจริงๆ ถ้าหากจะกล่าวหาบุคคลคนเดียว ก็ต้องพยายามเจาะจงตรวจสอบเป็นจุดๆ ไป ประชาธิปไตยมันงดงามได้เพราะมีการตรวจสอบ เรามองปัญหาขายชาติเป็นช่องโหว่ของระบอบมากกว่าตัวผู้นำแต่เพียงคนเดียวนะ ความผิดของแท็กกี้ตอนนี้น่าจะถูกกล่าวหาเรื่องการอาศัยช่องโหว่เหล่านี้เพื่ออำนาจของตัวเองมากกว่า อีกอย่าง หลักฐานต่างๆ มันไม่ชัดเจนด้วย เราคิดแบบประชาธิปัตย์อะ คือจะทำอะไร โดยเฉพาะกล่าวหาใคร ก็ต้องคิดใคร่ครวญดีๆ เสียก่อน ไม่ใช่อยู่ๆ จะบุ่มบ่ามกล่าวหาใครลอยๆ (สงสัยดูจังกึมมากเกินไป เวลาใต้เท้ามินจะจัดการพวกตัวร้ายนี่วางแผนทีเป็นชาติ จนพวกมันกอบโกยไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว)

7:26 PM

 
Anonymous Anonymous said...

เราเห็นด้วยๆๆ และแปลกใจที่ดีดี๊มีสาระ 555
แต่ก้อนะ เขียนได้หนุก แอ่น ไม่ใส่ไข่มากไป อิอิ

Pen-ny

1:51 AM

 
Blogger DeeDee said...

โอ้ คอมเมนท์มามากมาย แต่ตอนนี้เราเลิกพีคแล้ว ขออิ๊กนอเรื่องเครียดๆแบบนี้ดีกว่า (เจ็ด เบื่อง่าย) แต่วันศุกร์เราก็ไปมานะ สนุกดี อ่านคร่าวๆได้ที่นี่ http://evieee.blogspot.com/2006/04/blog-post.html

ส่วนใหญ่ไปนั่งเม้าท์กันเอง ว่าใครเป็นชู้ใคร ใครสาวแตกกันมั่ง เบื่อเรื่องเครียดๆของจริง ก็หนีมาเมาท์แบบนี้ดีกว่า สนุกดี

1:52 AM

 

Post a Comment

<< Home