Lab Shock
ปกติเค้ามีแต่ culture shock กันใช่มั้ย เวลาไปเมืองนอก หรือเจอคนต่างชาติทำอะไรแปลกๆในประเทศตัวเอง แต่วันนี้เราเจอแลบช็อคแทน เผอิญเพิ่งทำ experiment ใหม่ ที่ใช้เทคนิคที่เราเชี่ยวมากๆจากไทยแลนด์ (แต่เซ็งมาก ที่ยังไม่ได้อะไรจากตรงนั้นที่เมืองไทยซะที ทำมาจะสองปีแล้วเนี่ย) ซึ่งเรื่องที่เขียนนี่ อ่านไม่เข้าใจก็อิกนอร์ไป คนที่จะเข้าใจก็คงไม่ค่อยเข้าบลอกเราบ่อยๆด้วย ก็ช่าง จะเขียน
เทคนิคก็คือ RT-PCR ตอนสกัด RNA อะไรนั่นก็ไม่มีปัญหา เพราะใช้ kit เจ๊ทเดียวกัน มีพวกรายละเอียดปลีกย่อยเล็กน้อยที่ต่าง คือ เค้าใช้ scraper ขูดเซลล์แทนที่จะให้ทริปซินย่อย แต่เมืองไทยเห็นขูดเซลล์แค่เวลาสกัดโปรตีน ซึ่งก็ไม่รู้เฉพาะแลบเรารึป่าว มีอีกอย่างคือ RPE อ่ะ เมืองไทยต้องใส่เมอร์แคบโตแบบ freshly prepared แต่นี่เล่นใส่ค้างปี ใส่ลงไปในขวดใหญ่เลย พยายามหาอันที่ fresh ที่สุด ก็ได้แค่ตอนสิงหา 04 แต่ก็ใช้ๆไป แล้วพอสกัด RNA เสร็จก็ทรีท DNase ต่อเลย ซึ่งอันนี้ก็ดี มีขั้นตอนนึงต้อง vortex (มิกซ์สารใน tube) ตั้ง 5 นาที แต่ที่นี่ก็มีเครื่องแบบ vortex คาให้ ใส่ลงไปหลายๆหลอดก็ได้ มันจะเป็นช่อง แล้วจะหมุนหลอดให้หมุนเอง เห็นแล้วก็อยากได้ไว้เล่นมั่ง แล้ววิธีวัด RNA ประทับใจเครื่องสเปคโตรมากๆ เป็นเครื่องอะไรไม่รู้ แค่หยด RNA ลงไปแค่ 1 ไมโครลิตร มันจะเป็นรู แล้วมีดีเทคเตอร์ซักอย่าง วัดให้ แล้วคำนวนความเข้มข้นให้เลย ไม่ต้องมานั่งใช้คูเวตต์ซึ่งเสี่ยงต่อการทำแตก (และก็เคยทำแตกไปแล้ว อันละเกือบหมื่น) แต่ข้อเสียคือมันวัดค่าโปรตีนไม่ได้ (หรืออาจจะได้แต่ไม่รู้)
ตอนทำ RT ก็ใช้ kit เจ๊ทเดียวกันอีกแล้ว ซึ่งก็ทำแทบจะเป็นรีเฟลกซ์อยู่แล้ว ส่วนใหญ่เหมือนกันหมด แต่ไม่ต้องเตรียม water bath หลายๆอัน เค้าใช้แค่อันเดียว อีกอุณหภูมิไปใช้ช่องใส่ eppendorf ที่ทำจากโลหะซักอย่าง แล้วก็มีฮีตเตอร์ให้ร้อน
พอมาถึง PCR ที่ทำเอาให้ช็อคเลยก็คือเรื่องเจล ต้องเครียมเจลกันเป็นวัน ก็เคยได้ยินจากพี่แมนและอีอีฟมาบ้างว่าแลบที่แคนาดาใช้เจลบ้านๆ ประมาณวุ้นตราเรือใบ ซึ่งกว่าจะแข็งที่นานมากๆ แต่ของแลบเมืองไทยเรา เจลไฮโซ กะปุกละเป็นพัน เตรียม 15 นาทีก่อนทำ แล้วไปจ่อใต้แอร์ แป๊บเดียวก็แข็งแล้ว แต่ของญี่ปุ่น กะปุกเจลก็ดูดีอยู่นะ (แต่สารที่นี่มักจะเมดอินเจแปนซะส่วนใหญ่) แต่ก็ต้องเตรียมข้ามวันเหมือนกัน วิธีเตรียมเอาเข้าไมโครเวฟปกติ (เหมือนทำเจลลี่กินอ่ะแหละ) พอเย็นก็เทลงหลุม (จริงๆเป็นถาด) แต่หลุมอลังมาก ถาดใหญ่เชียว และมีให้ทำได้หลายช่อง ซึ่งก็ได้จะเจลย่อยเกือบสิบอัน ตอนแรกก็ตกใจว่าคุณครูจะให้เตรียมทำไมนักหนา แต่ตอนหลังถึงรู้ว่าเก็บได้ ตรงเก็บได้นี่แหละ อึ้งมาก พอเจลแข็งก็เอาใส่ถุงเข้าตู้เย็น นึกในใจว่าเจลไม่แตกเปรี๊ยะๆเหรอเนี่ย คุณครูโชว์ของอีกแลบให้ดู ว่าถ้าเก็บระยะยาวเป็นปี ต้องเอาแช่น้ำ เห็นแล้วก็อึ้งสิ อยู่เมืองไทย ทุกอย่างเตรียม freshly หมด ไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อนเลย มีแต่รียูสเจล ซึ่งก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ทำเก็บไว้แบบนี้ก็ดีนะ เหมาะกับคนขี้เกียจอย่างเรา
ตอนเตรียมไพรเมอร์ บริษัทเค้าจะบอกปริมาณน้ำที่ต้องเติมให้หมดเลย ไม่ต้องคำนวนอีกแล้ว ดีๆ พอมาถึง PCR tube ก็ตกใจอีกแล้ว มาเป็นหลอดติดๆกัน ฝาก็ฝาติดๆกัน ไว้ทำทีเป็นเจ๊ท และสีสันสวยงามมาก สีม่วง สีเหลือง สีส้ม และเวลาเตรียมๆของ คุณครูไม่ค่อยกลัวว่าต้องออนไอซ์เท่่าไหร่เลย เห็นแล้วเครียดแทน เดี๋ยวก็ดีเกรดหรอก ตอนเอาลงเครื่อง PCR ก็มาเป็น tray อันนี้คงแล้วแต่บริษัทแหละมั้ง ซึ่งก็เครื่องไฮโซกว่าของเมืองไทยเยอะ ถึงแม้จะดูเยินๆก็ตาม
พอตอนโหลด PCR product อยู่เมืองไทย โหลด 5 หรือ 10 ไมโครลิตร จาก 20 หรือ 50 ใช่ป่าว ที่นี่โหลดที่หมดเลย เพราะฉะนั้นก็ใส่สีลงไปใน PCR tube นั่นเลย แต่ แต่ แต่ well มันเกินรับไหวน่ะสิ ฟุ้งกระจายกันให้ว่อน เราว่าเราฝึกไม่ให้ฟุ้งมาดีแล้วนะ อ้อ แล้ววิธีดึงหวีออกจากเจล ต้องดึงในน้ำใช่มะ ที่นี่ต้องเอาเข้าตู้เย็นอ่ะ ก็เลยดึงออกไปเป็นชาติแล้ว น้ำที่ใช้ เราถามว่ารียูสกี่รอบ คุณครูบอกว่าเติมให้มันเต็มไปเรื่อยๆถ้าตอนเริ่มทำเห็นว่าไม่เต็ม ตายละ คงใช้กันเป็นสิบปีมั้ยนี่
ตอน stain ก็ใช้ Sybr Green แทน ethidium bromide ล่ะ แต่ก็ไม่รู้สึกถึงความปลอดภัยเพิ่มขึ้นเท่าไหร่เลย ไม่ต้องห่อฟอยล์ด้วยนะ แต่พอถ่ายรูปแล้วก็งามดี ก็เพราะไม่ต้องดีเสตนน่ะสิ ไม่เข้าใจเหมือนกัน คงเป็นข้อดีของ Sybr Green สินะ และอันนี้ซึ่งน่าจะรียูส กลับไม่รียูส เททิ้งเลย
เอาเถอะ มีอะไรที่ไม่คุ้นเคยเยอะมาก แต่ก็ได้ผลมาสวยงาม (ถึงแม้จะไม่งามแต่อย่างใดในแง่ของการแปลผล ทรีทกับไม่ทรีทไม่มีความต่างเลยแม้แต่น้อย เครียด!) ซึ่งแลบก่อนหน้านี้ ที่ดูแคลเซียมงามๆนั่น เราไม่เคยทำที่เมืองไทยมาก่อน ก็เลยไม่รู้อะไร บอกอะไรมาก็จดอย่างเดียว ไม่งั้นคงได้ช็อคเช่นกัน
ถ้ามีใครอ่านเรื่องที่เขียนวันนี้เข้าใจ (หรือทนอ่านถึงตรงนี้ด้วย) เข้าใจเป็นคำๆก็ได้ รายงานตัวด้วยนะ อยากรู้ว่าจะมีมั้ย
Categories: me, japan, knowledge

8 Comments:
คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยทำแลบดึงหวีออกจากเจล
2:06 AM
มีเดะ คิดว่าเราไม่เข้ามาแวะหาตัวเองหรอ มาตลอดแล่ะ รู้เรื่องๆ รายงานตัวจ้ะ..
ไอ้เครื่อง spectro 1 ul นั่นอ่ะ
คือ nanospectrophotometer แล่ะ วันนี้เดวิดพึ่งบอกเราว่าที่ญี่ปุ่นเค้าใช้กัน
แล้วสบายดีป่าวจ๊า..
เดี๋ยวพี่ว่าจะออกไปสุดบรรยากาศฮาโลวีนที่ downtown ที่จริงก็ไม่อยากไปหรอก ปกติเป็นเด็กดีไม่ค่อยชอบท่องราตรี แต่เห็นว่ามาแล้วก็ต้องไปให้เห็นอ่ะ เลยไปก็ได้ ทั้งที่ง่วงจะตายอยุ่แล้ว
Miss u na & Take care la..
พี่เองจ้ะ
10:10 AM
ปล.ชอบเรื่องจักรยานอ่ะ.. น่ารักดี ชอบ ชอบ
เก๋นะคะ จักรยานพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยป่าว
10:17 AM
อะไรกัน มีคนอ่านจบตั้งสองคนแน่ะ
พี่จูน รู้ว่าอ่าน แต่แบบเผื่อไม่รู้เรื่อง RT-PCR เท่าไหร่ไง แต่มีมารู้ชื่อสเปคโตรอีกนะ ^^ เห็นแต่ชื่อซอฟท์แวร์อ่ะ นาโนซักอย่าง คราวหลังจะได้จำชื่อเครื่องด้วย แล้วที่อื่นของโลกเค้าไม่ใช้กันเหรอ แล้วก็นานๆจะได้หลุดพ้นที ก็เที่ยวๆไปเถอะ หาประสบการณ์
จะบอกว่าดึงหวีจากเจลคราวนี้ไม่ได้ทำในน้ำ บาง well (ช่องของหวี) เละๆอนาถเชียว ถ้าเอามารันดู คงได้แบนด์หน้าตาประหลาดอยู่
10:18 AM
อ่านรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้างแต่ก็อ่านจบจนได้
2:40 PM
Akky..
อ่านไม่รู้เรื่องงะ ยกมือรายงานตัว
6:37 PM
อ่านจบแล้ว
รู้เรื่องแบบงูๆปลาๆ ศัพท์ต่างๆก็รู้แบบงูๆปลาๆ เช่นกัน
ตอนที่ผ่านวิชาแลบ(นรก 3 เดือน)มาได้ แทบจะน้ำตาไหล (จบคอมนะเฟ้ย T-T คิดแล้วมือก็หยอดเจลฟุ้งกระจายสวยงามทุกที เฮ้อ)
พูดถึงเรื่องทำเจลเผื่อเก็บไว้ ก็มีเหมือนกันนะ
เคยคำนวณส่วนผสมผิด พี่เค้าก็บอกไม่เปนไรๆ ทำเกินๆมาก็เก็บใส่ถุงโยนเข้าตู้เย็นเช่นกัน แต่เข้าใจว่าพี่เค้าไม่ได้ตั้งใจเก็บไว้นานเป็นเดือนหรือปี
ส่วนวุ้นตราเรือใบเคยคุยกะพี่จบโทจากจุฬา แกบอกแกก็ใช้นี่ละ ประหยัดงบแลบเอาไปซื้อย่างอื่น
2:32 AM
นับคนอ่านได้ 5 คนแล้ว ดีใจจัง ^^
12:49 AM
Post a Comment
<< Home