Life of on a bicycle
เวลาแดดออก มือนึงจับแฮนด์ อีกมือเอาบังแดด (ทำตัวไทยแลนด์มาก โรคกลัวแดดเนี่ย ไม่มีคนญี่ปุ่นเค้าทำกันซักคน)
เวลาฝนตก มือนึงจับแฮนด์ อีกมือถือร่ม (แต่เราไม่เคยทำ ยังไม่โปรพอ กลัวร่มปลิ้นด้วย แต่คนที่นี่ทำกันอย่างเชี่ยว
เวลาหนาวๆ มือนึงจับแฮนด์ อีกมือเอาซุกกระเป๋าของโค้ทหรือแจ๊กเก็ต ทำอย่างนี้สลับมือไปเรื่อยๆ (แต่ตอนนี้มีถุงมือแล้ว หรือไม่ก็ทนๆเอา)
เวลาฟังไอพอด มือนึงจับแฮนด์ อีกมือหมุนคลิกวีล เลือกเพลงหรือปรับเสียง แต่ตาต้องเหลือบมองทางเป็นระยะ
เวลาคุยโทรศัพท์ มือนึงจับแฮนด์ อีกมือถือโทรศัพท์คุย ถ้าแอดวานซ์กว่านั้น ก็พิมพ์เมสเซจ ขณะกำลังเลี้ยวสี่แยก อันนี้เป็นของโปรมาก เราทำไม่ได้
ทั้งหมดนี้ ไม่ควรทำเวลามีคนเยอะๆหรือถนนแคบๆเป็นอย่างยิ่ง มีสิทธิ์ชนคนและโดนด่าได้
มีเรื่องประหลาดๆเกี่ยวกับจักรยานเรามาเล่า มีช่วงอาทิตย์ก่อน อยู่ดีๆจักรยาเราเกิดหนืด ถีบที เหนื่อยมากๆ แค่นั้นไม่พอ ยังชอบมีเสียงดัง เวลาถีบผ่านคน ก็มีคนชอบมอง อย่างอาย เราก็พยายามหาตั้งนานว่ามาจากไหน แต่ก็ไม่รู้ พอเวลากลางคืนต้องเปิดไฟ เสียงยิ่งดังกว่าเดิม แถมถีบไปซักพัก ไฟก็ติดๆดับๆ จนเกือบดับไปเลย ตอนแรกสงสัยว่าเพราะยางแบน เพราะเคยยางรั่วแล้วเอาไปปะมาแล้ว ของล้อหลัง? (ตั้งพันเยนแน่ะ สี่ร้อยบาท) คราวนี้เลยคิดว่าล้อหน้า เพราะมันดูแบนๆ แต่ไม่ได้แบนจนฟีบแบบคราวล้อหลัง
พอเอาไปให้คุณลุงร้านจักรยานดู ซึ่งคุณลุงก็บอกว่าไม่มีปัญหา แต่เราก็พยายามว่ามันมีจริงๆนะ อธิบายแบบไม่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นเลยน่ะแหละ ก็เลยไม่เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย เราก็ได้แต่ลากจักรยานออกมาจากร้าน แล้วก็ทนถีบต่อไป หลังจากนั้นสองสามวัน เราเลิกขนโน้ตบุคไปที่แลบ อยู่ดีๆ จักรยานมีการรักษาตัวเองฮ่ะ จากเสียงดังๆ ก็เริ่มเบาลงๆ จนวันนี้ ก็กลับเป็นปกติ ไฟที่เคยติดๆดับๆ อยู่ดีๆก็กลับมาสว่างโร่แบบ stable เหมือนเดิม จากที่ถีบจักรยานแล้วเราจะเหนื่อยมาก ตอนนี้ก็เด้งดี วิ่งฉิวไม่เหนื่อยแล้ว ตกลงมันเป็นอะไรของมันเนี่ย เพราะขนโน้ตบุค 2 กิโลใช่มั้ย ขนของหนักหน่อยทำสำออยนะยะ ทีจักรยานฮารู ซึ่งเธอขนโน้ตบุค 2 กิโลเหมือนกัน ไปโรงเรียนทุกวันยังไม่เห็นเป็นไรเลย แล้วจักรยานเรามันอะไรเนี่ย
Categories: me, japan

0 Comments:
Post a Comment
<< Home