Saturday, September 03, 2005

Geisha

มีหนังสือมาให้พูดถึงอีกเล่ม Memoirs of the Geisha ชื่อภาษาไทยว่าไงไม่รู้ อ่านแล้วได้รู้เรื่องเกอิชามากขึ้นอีกเยอะเลย เราไม่มาเล่าเรื่องในหนังสือหรอก แต่มาเล่าเรื่องเกอิชาดีรกว่า

ก่อนหน้านี้ก็เคยคิดว่า เกอิชา ก็คือโสเภณีของญี่ปุ่นนั่นเอง แต่หลังจากนั้นก็ได้ยินมาใหม่ว่าไม่ใช่ และหลายคนจะเข้าใจผิด แต่หลังจากอ่านจบ หนังสือก็บอกว่าไม่ใช่ แต่สำหรับเรา ก็ดูเป็นโสเภณีชั้นสูงอยู่ดี ก็ไม่ถึงกับขนาดนั้น แต่ก็ดูเป็นอาชีพที่เอาไว้อ่อยผู้ชายจับผู้ชายกันจริงๆ จะเอาเรื่องศิลปะการแสดงมาอ้างก็ได้ แต่ว่าเรื่องอ่อยก็สำคัญสำหรับการประพฤติเป็นเกอิชา เรื่องที่อ่านเราเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งก็ไม่นานนี้เอง ประมาณยุค 30's เกอิชาที่เป็นตัวหลักโดนพ่อขายให้ตั้งแต่เด็กๆ (เหมือนโสเภณีเมืองไทยมั้ย) ซึ่งเธอก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย จนมาถึงเกียวโต จนถึง Gion นั่นแหละ (เป็นเขตที่มีเกอิชาอาศัยอยู่มาก เราเคยไปเดินผ่านมาด้วยนะ ตั้ง 15 นาที) ซึ่งก็จะถูกเลี้ยงดูโดยบ้านที่เรียกว่า โอคิยะ ซึ่งก็จะมีบ้านแบบนี้เต็มไปหมด คอยเอาเกอิชา (ในอนาคต) มาเลี้ยงดูแต่เด็ก ส่งเสียให้เรียนโรงเรียนเกอิชา และก็จิกใช้งานไปด้วย ถ้าเห็นว่าทำตัวไม่ดีพอ (เช่น หนีออกจากบ้าน) ก็จะลดขั้นให้กลายไปเป็นทาสรับใช้ในบ้านแทน แต่ก็ออกจากบ้านไม่ได้ โดนขายมาแล้วนี่ และถึงจะส่งเสียให้เรียนเกอิชา ก็ไม่ใช่ว่าส่งเสียกันฟรีๆ เกอิชาพวกนี้ก็จะมีหนี้สินไปเรื่อยๆ และต้องเกาะเค้ากินไปเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะหาเงินได้แล้วก็ตาม ซึ่งบ้านนี้ก็คอยคิดเปอร์เซนต์ด้วยอยู่ดี แต่จะหลุดพ้นได้ ถ้าไปจับผู้ชายรวยๆให้ส่งเสีย โดยการแต่งงานออกไป หรือแค่เลี้ยงไว้เฉยๆก็ได้ และจ่ายหนี้คืนให้ นั่นก็เป็นสาเหตุนึงที่ว่า เกอิชาต้องอ่อยต้องมารยา แต่นอกจากเพื่อจับผู้ชายรวยๆแล้ว เกอิชาก็ต้องการแขกเยอะๆเช่นกัน ถ้าไม่อ่อยให้ผู้ชายประทับใจ แล้วผู้ชายที่ไหนจะมาขอใช้บริการล่ะแต่เกอิชาก็ไม่ได้ขายตัวนะ ถ้าขายจะถือว่าเป็นเกอิชาชั้นต่ำมาก เกอิชาดีๆเค้าไม่ขายกัน นอกจากเธออยากจะนอนด้วยเอง (เกอิชาก็มีความรู้สึกนะ)

โรงเรียนเกอิชาก็จะสอนพวกศิลปะการแสดง เช่น เล่นดนตรี ร้องเพลง เต้นแบบญี่ปุ่น ชงชา ซึ่งสำคัญมากในการทำมาหากินต่อไป และต้องฝึกให้เก่งมากๆด้วย เพราะอาชีพของเกอิชาคือการเอนเตอร์เทนแขก ซึ่งก็ต้องมีการแสดงพวกนี้แหละ หลังจากนั้นก็มีรินเหล้า ชวนคุยอะไรก็ว่าไป (ซึ่งคุยแต่เรื่องปัญญาอ่อน ก็ผู้ชายต้องการรีแลกซ์นี่) แต่การทำทุกๆอย่าง เน้นว่าแอฟเวอรี่จริงๆ จะต้องใส่ใจเรื่องภาพลักษณ์ท่าทางมากๆ ว่าห้ามปล่อยท่าทางน่าเกลียดออกไป เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะเรียนเล่นดนตรี แต่คุณครูจะเข้มงวดเรื่องท่าเล่นมากๆๆๆ และเวลาอยู่กับแขกก็ต้องอย่าลืมอ่อยเล็กน้อยด้วย เช่น เวลาเทน้ำชา ต้องแอบถกแขนเสื้อขึ้นมานิดนึง (อย่าให้ดูว่าจงใจ) และจะดีมากขึ้นถ้าให้เห็นท้องแขนเพราะขาวกว่า ผู้ชายก็จะใส่ใจเวลาเทชาให้เพราะเอาแต่จ้องแขน แต่อย่าทำอย่างนี้กับผู้หญิงเชียวนะ เพราะผู้หญิงจะโกรธมาก ประมาณอีนี่อวดว่าเด็กกว่าชั้นเหรอ เพราะผู้หญิงที่จะให้คนอื่นรินชาให้ก็ต้องแก่กว่า และก็มักจะเหี่ยว มีอีกอย่าง เวลาเกอิชาโบ๊ะหน้าขาวๆอ่ะ ต้องเว้นขอบๆที่ติดกับผมไว้ เพื่อเวลาผู้ชายดูใกล้ๆ จะเห็นผิวที่แท้จริง และจะเกิดอาการอยากเห็นหน้าจริงๆ มารยามั้ยล่ะ และถ้าอยากมารยาสุดขีด ก็ต้องทำตัวอ่อนแอ ดูเป็นเด็กๆ ช่วยตัวเองไม่ได้

นอกจากนี้ วงการเกอิชาก็ตบตีกันไม่ต่างกับวงการแฟชั่น มารยาสาไถยกันมากๆด้วย ใครสวยเด่นกว่าไม่ได้ ต้องปล่อยข่าวให้เสียหาย แต่อันนี้ไม่รู้เป็นเรื่องแต่งในหนังสือรึป่าวนะ แต่เราว่าของจริงก็ควรจะมี

กิจวัตรประจำวันของเกอิชา ก็ตื่นมาโบ๊ะหน้า ทำผมทำอาทิตย์ละครั้ง (เพราะแพงและใช้เวลา เกอิชาต้องนอนหมอนที่รองเฉพาะคอเท่านั้น ไม่งั้นผมเจ๊ง) เพราะฉะนั้นก็แค่เลือกๆว่าเอาอะไรมาติดหัวดี และก็ใส่กิโมโน ซึ่งก็ต้องมีคนมาช่วยใส่โดยเฉพาะ เป็นอาชีพเลย เพื่อให้ใส่ออกมาแล้วงามไม่ใช่ใส่แบบคนทั่วๆไป งานสังสรรค์ส่วนใหญ่มักจะเริ่มกันตอนเย็น แต่กลางวันอาจจะมีเชิญให้ไปงานตัดริบบิ้น ดูซูโม่ หรืออะไรก็ได้ แอบรู้สึกว่าเอาเกอิชาไปเป็นตัวประกอบ และเป็นเพื่อนคุยอ่ะ แต่ในราคาแพงแสนแพง

พอตอนเย็นก็จะต้องไปตาม teahouse ไม่รู้แปลว่าไงดี ก็คือเป็นร้านที่แขกจะมากันนั่นแหละ ซึ่งจะต้องบอกล่วงหน้าไว้ก่อนว่าอยากได้เกอิชาคนไหน ถ้าไม่บอก ก็สุ่มเอาแหละมั้ง แล้วบ้านน้ำชาพวกนี้ก็จะโทรไปโอคิยะ (บ้านเกอิชา) บอกว่าให้เกอิชามาได้แล้ว ซึ่งเกอิชาดังๆ ต้องไปตามบ้านน้ำชาคืนนึงประมาณ 10-20 ที่ บางที่ไป 10 นาทีออกยังได้เลย แค่นี้แขกก็พอใจแล้ว ก็ดังนี่ ถ้าไม่ดังก็ต้องอยู่เป็นชั่วโมง และคอยอ่อยเก็บเกี่ยวชื่อเสียงไป และการไปนั่งตามบ้านน้ำชานานเท่าไหร่ ก็ได้เงินเท่านั้นแหละ

แต่จากที่เราอ่านๆมา แอบออกเฟมินิสท์นิดนึง รู้สึกว่าทำไมคนเราต้องทำอะไรเพื่อให้ผู้ชายประทับใจกันขนาดนั้นด้วย ถึงขนาดต้องสอนเป็นเรื่องเป็นราว มันก็ดีที่มันเป็นวัฒนธรรมที่น่าสนใจ แต่มันก็สะท้อนความคิดคนสมัยก่อนออกมาชัดมากๆ ว่าผู้ชายเป็นใหญ่จริงๆ และชีวิตผู้หญิงต้องดีเพนออนผู้ชายมากๆ ถึงต้องมารยาขนาดนั้น ซึ่งก็ไม่แปลกถ้าคนในยุคนี้จะไม่อยากเป็นเกอิชา นอกจากเป็นกะแดะแป๊บๆ แบบไปแต่งตัวถ่ายรูป จิบส์

เรื่องนี้จะสร้างเป็นหนังด้วยนะ สร้างแล้วแหละมั้ง ไม่รู้ฉายเมื่อไหร่ ของสปีลเบิร์ก แต่เราไม่ประทับใจเท่าไหร่ ก็คนเล่นเป็นคนจีนหมดน่ะสิ (เพราะดังกว่า) คนญี่ปุ่นก็ไม่พอใจ คนจีนก็ไม่พอใจเพราะคิดว่าเป็นเรื่องโสเภณี แต่เราว่าควรเอาคนญี่ปุ่นเล่นอยู่ดี เพื่อความสมจริงกว่า และสปีลเบิร์กควรมั่นใจความดังบของตัวเองสิ เอานักแสดงไม่ดังก็ได้ นักแสดงก็ไม่ค่อยโอเท่าไหร่ อย่างกงลี่ บทที่เล่นต้องสวยมากๆ ถึงแม้จะเป็นตัวอิจฉา กงลี่ก็สวย แต่ไม่ได้สวยขนาดนั้น และสวยแบบเศร้าๆมากกว่าแบบร้ายๆ หรือหยางจื่อฉุน (มิเชล โหยว) เธอต้องอายุน้อยกว่ากงลี่ด้วย แต่เจ๊แก่จะตาย และก็ไม่สวยแบบโบราณซะหน่อย มีจางจื๋ออี่ (หรือจางซียี่ของคนไทย) ที่ดูโอเค หน่อย เพราะไม่ต้องสวยมากไง แต่ตาต้องสีเทา ซึ่งคงใช้คอนแทคเลนส์ช่วยได้ ยังไงก็อยากดูอยู่ดี ถึงแม้จะรู้ว่าไม่ดีเท่าหนังสือ ดูตัวอย่างหนังได้ ที่นี่ ภาพสวยทีเดียว แต่ถ้ามีโอกาสลองอ่านหนังสือกันนะ (ให้ยืมได้) อ่านไม่ยากเลยจริงๆ ง่ายกว่าฮาวล์ด้วย และเราว่าคนเขียนเขียนได้สนุกจริงๆ แต่มีแอบหลอกลวง จนโง่ไปเกือบครึ่งเล่ม

ที่เล่ามานี่ ยังอ่านไม่จบนะ ถ้าอ่านจบแล้วคงมีอะไรมาเล่าอีก

Categories: , ,

3 Comments:

Anonymous Anonymous said...

เรามีนี่นาเล่มนี้อ่ะ อ่านไปแล้น สองหน้าเท่านั้นเอง ง่อยว่ะ
ปุ้ม

9:09 PM

 
Blogger Phang-sang said...

ชอบเรื่องนี้เหมือนกัน อ่านตอนอยู่ปีสองละมั้ง เอาไปเที่ยวสมุยด้วย พอวันสุดท้ายลืมหนังสือไว้นอกบ้านพัก คืนนั้นฝนตกโครมๆ เสร็จกันหน้าตายับเยินหมด T-T แต่ก็อ่านจบไปแล้ว เป็นนิยายที่สนุกดีนะและได้ความรู้ดีเพราะบรรยายละเอียดดี จำได้ว่ารู้จักเรื่องนี้ครั้งแรกตอน ม.5 ที่ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโฮสท์มัมซึ่งเป็นคนชอบอ่านหนังสือ (หนังสือเต้มบ้านเลย แต่เห็นจะเป็นเรื่องปกติของคนที่นั่นนะ ไปบ้านไหนก็เต็ม) เล่าให้ฟัง มันมีเรื่องด้วยละ คือคนเขียนได้ข้อมูลจากคนที่เคยเป็นเกอิชาจริงๆใช่ปะ ตอนหนังสือออกตีพิมพ์ครั้งแรกก็เหมือนจะมีข่าวออกมาโจมตีคนให้ข้อมูลเต็มไปหมด คนญี่ปุ่นโดยเฉพาะคนที่เป็นหรือเคยเป็นเกอิชาเค้าไม่พอใจเพราะรายละเอียดทั้งหลายเป็นเรื่องลับที่จะไม่เปิดเผยต่อคนภายนอก (รู้แล้วทำให้ไม่ตื่นเต้นมั้ง)ประมาณว่าเป็นประเพณีที่จะไม่บอกหรือคุยเรื่องนี้กันอะ เคยได้อ่านสัมภาษณ์เกอิชาคนนั้นด้วยแต่ก็จำไม่ค่อยได้แล้วละ ตอนนั้นยังไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่เพราะยังไม่ได้อ่านหนังสือ แต่ว่าหลังจากหนังสือเล่มนี้ออกก็เห็นว่ามีอีกเล่มเนื้อหาประมาณเดียวกันออกมาอีก คราวนี้เป็นเกอิชาเขียนเอง เค้าบอกว่าเล่มแรกให้ข้อมูลไม่ตรง แต่ดูจะไม่ป็อปเท่านะ ตอนนี้ก็เห็นแค่เล่มแรกที่ยังวางขายอยู่ อยากอ่านอีกเล่มเหมือนกัน ใครรู้รายละเอียดก็ช่วยบอกด้วยนะ :)

12:10 AM

 
Blogger DeeDee said...

อ่านจากวิกีมา บอกว่า เกอิชาเป็นๆตอนนี้และคนที่ถูกพาดพิงถึง (ไม่รู้ไปรู้ตัวกันได้ไง) โจมตีอย่างที่พรรณบอกน่ะแหละ ถึงขั้นให้เกอิชาที่ให้ข้อมูลนี้ฮาราคีรีตัวเอง (จริงๆต้องใช้คำว่า seppuku) แต่เกอิชาคนนี้ก็ได้แต่ฟ้องร้องคนแต่งกลับไป งงๆเหมือนกัน

8:33 PM

 

Post a Comment

<< Home