Japanese language
พยายามระงับตัวเองที่จะไม่บ่นมานาน แต่ในที่สุดก็ทนไม่ได้
ภาษาญี่ปุ่นที่เราเรียนอยู่ตอนนี้ ทำเราปวดหัวกับชีวิตมาก เรื่องออกเสียง ไม่ยาก ถึงออกไม่เหมือน แต่ก็เข้าใจได้ ไม่ใช่ภาษาไทยที่ออกเสียงโคตรจะยาก จะว่าไปแล้ว น่าสงสารคนที่เนทีฟภาษาญี่ปุ่นอยู่นะ เพราะออกได้แค่ อะ อิ อุ เอะ โอะ พอจะไปออกมากกว่านั้น ก็กลายเป็นเรื่องยากไปเลย (ตอนนี้สอนคุณครูออกเสียง เ-ือ อยู่ ยากมากๆ) เรื่องแกรมมาร์ของญี่ปุ่นก็ไม่ต้องพูดถึง เดี๋ยวเอาไว้บ่นท้ายสุด พวกตัวฮิรากานะ คาตากานะ (พวกตัวที่มันเส้นน้อยๆ ดูน่ารักๆน่ะ) ก็เสบยแล้ว เขียนคล่องอยู่ ถึงแม้ว่าลายมือจะไพร่ ส่วนตัวคันจิหรือก็ตัวภาษาจีนน่ะเอง เราก็พอรู้มาบ้าง ลำดับการเขียนก็พอเป็น เพราะพ่อสอนมา เราก็ค่อนข้างเซ้วนิดหน่อย เพียงแต่ตัวยากมากๆ ก็เดาวิธีเขียนไม่ออกเหมือนกัน แต่ๆๆๆๆ ตัวที่เส้นไม่มากนี่แหละ ทำเราเสียเซ้วไปเรยยย ก็เราว่าเราลำดับถูกแล้วนะ ทำไมที่ญี่ปุ่นสอนอีกอย่างล่ะ เราก็เลยคิดเอาเองว่าพ่อสอนผิด แล้วก็ลบเมมโมรี่ที่มีอยู่ พร้อมกับใส่ของใหม่ที่คิดว่าถูกเข้าไป จนวันนี้ รู้สึกว่ามันหลายตัวเกินไปแล้วนะ เราเลยเปิดเวบภาษาจีน เพื่อดูลำดับการเขียนแบบจีน แล้วก็กรี๊ดดดด พ่อสอนถูกแล้ว ทำไมมันต้องลำดับไม่เหมือนกันด้วย ก็รับมาจากจีน ทำไมไม่ตามจีนวะ มันก็มีแค่ไม่กี่ตัวอ่ะนะ แต่มันก็เป้นตัวเบสิคที่จะเอาไปใช้รวมกันตัวอื่น เครียด แต่เราว่าเราตามแบบจีนดีกว่า เพราะชินไปแล้ว
สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องตัวอักษรจีนเลย พวกลำดับการเขียนมีความสำคัญเพราะ สมัยก่อนเวลาเขียนด้วยพู่กัน ถ้าไม่เป็นลำดับมันจะไม่งาม และตัวหนังสือเวลาเขียนจะไม่บาลานซ์กันด้วย และถึงจะเขียนด้วยปากกา สำหรับประสบการณ์เราเอง ถ้าตามลำดับแล้วมันจะงามขึ้นจริงๆ แล้วตกลงลำดับของประเทศไหนถูกเนี่ย แต่จีนมันออริจิแนวนี่ เรื่องแค่นี้แหละ ที่ทำให้เราอยากบ่นจริงๆขึ้นมา
ส่วนเรื่องแกรมมาร์นี่ก็ไม่ต้องพูดถึง ทำเอาเราเกลียดภาษาญี่ปุ่นมานานแล้ว มันจะเป็นภาษาเหมือนชาวบ้านเค้าได้มั้ยเนี่ย มีคนบอกว่าภาษาญี่ปุ่นรากเหง้ามาจากภาษาเดียวกับภาษาทมิฬ ไม่รู้จิงป่าว เดินทางกันไกลมากเลยนะน่ะ แต่นั่นก็เพราะ ภาษาญี่ปุ่น เอาภาคแสดงไว้ท้ายประโยคน่ะสิ เช่น ฉัน ให้แม่ จดหมาย เขียน เป็นภาษาปกติเหรอเนี่ย แต่อันนี้ก็ชินแล้ว จึงไม่ได้บ่นตั้งแต่แรก แต่ที่เพิ่งเจอหนักๆเข้าไป ก็เรื่อง tense น่ะสิ เราว่ามันยิ่งกว่าภาษาอังกฤษอีกนะ (หรือไม่ก็เราชินกับภาษาอังกฤษไปแล้วก็ไม่รู้) มันไม่ใช่แค่เวิร์บ แต่คำนามและคำคุณศัพท์ก็ด้วย และถ้ารูปปฏิเสธก็อีกอย่าง และไม่่ใช่แค่เปลี่ยนรูปบ้านๆแบบเติม ed แต่มันเปลี่ยนสิ้นเลย จนไม่สามารถเข้าใจได้ง่ายๆว่ามันเป็นเวิร์บตัวเดียวกัน (ภาษาอังกฤษก็เปลี่ยนรูป แต่มันไม่กี่ตัว และถึงเปลี่ยน ก็เดาได้ง่ายกว่าอยู่ดีนะ) เพราะฉะนั้น ด้วยความรู้ภาษาญี่ปุ่นของเราตอนนี้ เราควรจะแอบฟังคุยกันรู้เรื่องได้แล้ว เพราะตอนเราเรียนภาษาจีน เราว่าเรารู้น้อยกว่านี้อีก แต่แอบฟังคนนินทากันได้ แต่ปัจจุบันนี้ ยังฟังภาษาญี่ปุ่นอะไรไม่ออกเลย เพราะเปลี่ยนรูปกันแอดวานซ์อย่างนี้แหละ แล้วเรานึกตามไม่ทัน และยัีงไม่พอ เวิร์บที่เรียนมาก็ยังใช้การไม่ค่อยได้อีก เนื่องจากมันซิมเกินไป มีขั้นเอาเวิร์บหลายตัวมารวมกันอีก แล้วชั้นจะรู้มั้ยเนี่ย เพราะพอรวม ตัวหน้าจะต้องเปลี่ยนรูปอีก จะเปลี่ยนอะไรกันนักหนาเนี่ย และก็ยังไม่พอ ยังจะมีแบบสุภาพไม่สุภาพอีก ภาษาไทยแค่เติมคะ ครับ ก็จบข่าว แต่นี่มีอะไรมากมายก็ไม่รู้ บางทีพูดในบ้าน เค้าก็แก้ของเรา เพราะดันไปพูดสุภาพกับเค้า แต่พอเค้าพูดแบบไม่สุภาพผสมแอดวานซ์มา เราก็ฟังไม่ออกอีก จบข่าว เลิกเรียนดีมั้ยเนี่ย ภาษาอังกิดก็โง่ไปแล้วด้วย เวลาคุยกับคุณครูหรือฮารูก็นึกศัพท์ภาษาอังกิดไม่ค่อยออกแล้ว เขียนเมลล์ก็มีแต่ศัพท์บ้านๆ ภาษาอังกฤษจริงๆก็ยากแหละ แต่พวกเราโดนบังคับเรียนแต่เด็ก เลยชินกว่า น่าสงสารคนญี่ปุ่นมากกว่าด้วย ที่ภาษาไม่ค่อยเหมือนใคร พอมาเรียนภาษาคนอื่น ก็น่าจะยากอยู่ และภาษาอังกฤษได้เริ่มเรียนกันตอนม.1 ก็สมควรโง่อยู่
อย่างไรก็ตาม รู้สึกดีที่ไม่ต้องมาเริ่มเรียนภาษาไทย (แต่ถ้าเราเป็นคนต่างชาติ ยังไงๆก็คงไม่เรียนภาษาไทย) เพราะรู้สึกว่ายากไม่ต่างอะไรกัน กะแค่การบอกอะไรซะอย่าง ก็มีคำมาแต่งแต้มมากมายเช่นกัน เช่น ไม่กินข้าวกันหรือ ลองเอามาคิดตามแกรมมาร์ดูสิ ประหลาดออก และถ้าให้แปลคำว่า กัน นี่ ยากนะ คำว่า หรือ ด้วย หรือพูดว่า ดูทีวีไป อ่านหนังสือไป คำว่า ไป จะใส่มาทำไมเหรอ หรืออีกตัวอย่าง เข้าใจมั้ยล่ะ คำว่า มั้ย (ไหม) กับ ล่ะ นี่ก็ยากนะ ที่คิดๆได้ เพราะสอนภาษาไทยคุณครูอ่ะ แล้วเหนื่อยกับการแปลพวกคำไร้สาระแบบนี้มาก แล้วยังจะมี นะ เนอะ เหมือนภาษาญี่ปุ่นเลย และยิ่งภาษาพูด เราว่ายิ่งน่าปวดหัวกว่า ยังไม่นับเรื่องตัวอักษรและการออกเสียงอีกนะ
Categories: me, japan

2 Comments:
But now you can speak/ read for 4 languages lew na! So cool! Wanna do that bang jung.
Oom
3:08 PM
ภาษาจีนไม่นับ เพราะยังง่อยมาก (ถ้านับจริง มีตั้ง 2 จีนนะ) ภาษาญี่ปุ่นก็คงอีกนานกว่าจะนับได้ T-T
8:34 PM
Post a Comment
<< Home