Saturday, August 13, 2005

Risotto

Introduction
โดนยุโดย (rationale หลัก) พรสรร

ที่ปรึกษาในการทำ พรสรร และ ปวร


risotto คือ ข้าวต้มแบบอิตาเลี่ยน เป็นข้าวหนืดๆที่ใส่เนยใส่ชีส ข้าวจะออกแข็งๆเล็กน้อย
เนื่องจากเมื่อวานทำข้าวผัด แล้วก็คิดว่าเมนูวันนี้ทำอะไรดี ก็โดนยุให้ทำ risotto เพราะว่าง่าย เราก็ไม่รู้ หลงเชื่อกันง่ายๆว่ามัน ง่าย ของก็ไม่ต้องใช้อะไรมากมาย แค่ไปซื้อ พาร์มีซานชีส กับ พาร์สลีย์เพิ่มเอง ที่เหลือก็ที่บ้านนี้มี หลังจากนั้นก็หาสูตรในเนท แล้วเอามามั่วๆรวมกัน ต้องเอามานั่งเขียนใหม่เลยนะ ตื่นเต้นอย่างกะทำแลบเทคนิคใหม่ สูตรของเราเองเป็นดังนี้

Materials

1. ข้าวญี่ปุ่น 1 กระป๋อง (ข้าวประเทศอื่นมันไม่มีนี่)

2. หัวหอม ครึ่งหัว (จริงๆแล้วเยอะเกิน กลิ่นหอมกลบกลิ่นทุกอย่าง)

3. แครอท ใส่ไปเหอะเท่าไหร่ก็ได้

4. เบคอน ที่เหลือคาอยู่ในตู้เย็น เอามาหมดเลย

5. น้ำมันมะกอก ก็ที่นี่มีแต่น้ำมันมะกอก

6. parmesan cheese ที่ไว้ใส่สปาเกตตีน่ะ ที่นี่เรียก powder cheese

7. parsley, thyme, saffron, black pepper, เกลือ คือ บ้านนี้มีอะไร เราเอามาใส่หมดเลย
8. เนย

9. ซุปก้อน อายิโนะโมโตะ 2 ก้อน


Method

- หั่นหอมครึ่งหัว สับละเอียด แต่ไม่ต้องมาก

- เอาเบคอนออกมาละลาย

- ปอกแครอท หั่นเป็นชิ้นใหญ่

- ต้มน้ำ ใส่ อายิโนะโมโตะ 1 ก้อน ใส่แครอทลงไปต้ม ต้มคาไว้อย่างนั้นแหละ ไฟอ่อนๆ

- เอาข้าวมาล้างซัก 2 รอบ

(ทำไมเบคอนละลายช้าจังวะ)
- หั่นเบคอนทั้งแข็งๆอย่างนั้นแหละ หั่นง่ายดี ขนาดสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
- ตั้งกะทะ ใส่น้ำมัน อีกเตานึง

- พอน้ำมันร้อน ใส่ เบคอน (ยังแข็งอยู่เลย)

- พอเบคอนเริ่มสุก ใส่หัวหอม ทิ้งไว้ซักพัก สูตรบอกว่าจะมีน้ำจากเบคอมและหอมออกมา ใส่เกลือ พริกไทยเล็กน้อย

- เอาแครอทที่สุกมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อฆ่าเวลา - เอาข้าวดิบๆนั่นลงไปผัด เพิ่มไฟ ข้าวจะดูดน้ำมันและน้ำที่ซึมๆตะกี๊นี่ จนจากสีขาวขุ่น กลายเป็นใสขึ้น (jamie oliver บอกมา)
(ช่วงนี้ ถ้ามีไวน์ ก็ใส่ไวน์ เผอิญคุ้ยเจอแต่วิสกี้ ไม่กล้าเสี่ยง)

- ใส่น้ำอายิโนะโมโตะจากเตาข้างๆ ซึ่งต้องร้อนเหมือนกัน เพื่อรักษาอุณหภูมิข้าว ใส่ให้ท่วมข้าวเลย ลดไฟลง คนๆ

- พอน้ำลดเหลือปริ่มๆข้าว ก็ใส่น้ำลงไปอีก ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ซัก 15 นาที หรือจนกว่าข้าวนิ่ม

- น้ำอายิโนะโมโตะหมด ต้องใส่เพิ่มอีกก้อน

- พอข้าวเริ่มหนืดๆ ไม่แข็งแบบตอนแรก ก็ไม่ต้องใส่น้ำแล้ว รอจนน้ำลดลงไปครึ่งนึง
- ใส่เนย (เผอิญตอนแรก น้ำมันเยอะแล้ว เลยใส่เนยมากไม่ได้) ใส่ชีส อันนี้ใส่กระหน่ำมาก

- ใส่พวกเฮิร์บทุกอย่างลงไป เกลือ พริกไทยด้วย ใส่ไปเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจ

- เอาลงจากเตา และโรยชีสด้านบนอีกรอบ


Results




น่ากินมั้ย อร่อยมากๆเลยนะ หรืออร่อยคนเดียวก็ไม่รู้ เพราะเราใส่ชีส พารส์ลีย์ และพริกไทยเยอะจริงๆ เกลือก็เยอะ ที่อ่านดู เค้าบอกว่ารสชาติต้อง mild แต่อันนี้ไม่ mild เลย ในรูปอาจจะไม่ข้นมาก แต่เราทิ้งไว้อีก เลยข้นมากๆ ส่วนข้าวก็ไม่ค่อยแข็งเท่าไหร่ ต้มนานเกิน แต่ยังอร่อยนะ

References

Jamie Oliver's Blog
Italian recipes

Categories: ,

3 Comments:

Blogger Paworn said...

เราก็เพิ่งกิน risotto ไปเอง ในงานแต่งงานพี่ที่แล็บ ที่แกรนด์ ไฮแอท

งานแต่งไฮโซมาก แบบว่ามีของกินเยอะจนต้องเลือกกิน (แหง เราก็ต้องเลือกกินอะไรไฮๆ สิ)

อ็องเทร เราก็ฟาด ทูน่าจี่ อันนี้เราเรียกเอง (เราจำเวิร์บภาษาอังกฤษไม่ได้แล้วว่าการทำอย่างนี้เรียกว่าอะไร) เป็นการเอาทูน่าชิ้นหนาๆ ไปจี่ หรือไปทาบบนกระทะ ก่อนจี่ก็ต้องคลุกแป้งผสมเอิร์บก่อน แล้วสไลซ์ ข้างในก็ต้องดิบหน่อยๆ จะอร่อย นอกจากนั้นก็ยังมี เนื้อชนิดอื่นๆ อีก แต่เราไม่ได้ใส่ใจ เพราะมันพื้นๆ

ส่วนสลัดบาร์ ก็เป็นคอส แล้วเลือกเดรสซิ่ง ที่คลุกๆ ไว้แล้วก็มีซีซาร์ ซึ่งเราเห็นแล้วได้ไอเดียใหม่ทันที คือเขามีให้ตักพาร์มีซานเป็นแผ่นเท่าขนมเบื้อง และก็ กราแต็ง ก็เอาบาร์แกตเป็นแผ่นๆ เลย และก็เบคอนก็แบบว่าทั้งแผ่นเลย ทุกอย่างพอตักแล้วเหมือนซีซาร์สลัดที่ไม่ได้ผ่านการหั่น คอสก็ยังเป็นทั้งใบเลย เวลากินก็แอบลำบากหน่อย

อาหารในบุฟเฟต์แบบว่าไร้ชนชาติมาก มีทั้งเทมปุระ (ซึ่งเราอิ๊กนอร์) ตอนแรกนึกว่าปลาหมืก แต่ไม่ใช่เลยเมินซะ และก็มีเป็ดย่าง (แบบจีน อิ๊กนอร์อีกเช่นกัน) และก็มีเนื้อย่างกับมันบด เราก็ตอนแรกไม่สนใจ แต่พอเดินครบรอบแล้วยังไม่ได้ตักอะไรก็เลยต้องตักอันนี้กิน เราก็สาดเกรวี่กับโฮลเกรนมัสตาร์ด (มัสตาร์ดที่มีเม็ดๆ) และก็มีรีซอดโต้ (อารัมภบทเสียตั้งนาน)

รีซอตโต้ พอเราเห็นแล้วคิดถึงเธอทันที ยิ่งพอเห็นจุดดำๆ ในรีซอตโต้ ก็หลงดีใจ นึกว่า เห็ดดำ (ทรัฟเฟิล เห็นในรายการทางยูบีซีเรียกอย่างนี้อะ) แต่พอตอนตักก็สำเหนียกได้ว่าเป็นเห็ดหอม แต่ตอนนั้นยังไม่รูลเอ้าท์เห็ดอื่นๆ แต่เราก็ไม่ค่อยรู้จักเห็ดเท่าไหร่ ยิ่งเป็นสีดำรู้จักแค่ เห็ดดำ เห็ดหอม และก็เห็ดถอบเท่านั้น

สรุปแล้วเป็นเห็ดหอม ลบข้อกังขาของเธอว่า ใช้เห็ดหอมทำรีซอตโต้ได้

1:01 AM

 
Blogger Paworn said...

โพสต์ตอบเอง ที่เรากินเรียกว่า seared tuna เราเรคคอมเมนต์ ยิ่งอยู่ญี่ปุ่นหาซึ้อทูน่า (มากูโร่) ถูกๆ อยู่ วิธีทำ ก็คือ เอาแป้งอะไรก็ได้? มาแล้วก็เอาเอิร์บสารพัดชนิดมาสับมาบดแล้วก็คลุกไปพร้อมกับเกลือพริกไทยพอประมาณ แล้วก็มาทาบนทูน่าที่เป็นชิ้นหนา แต่อย่าคลุกไปไม่งั้นจะกลายเป็นทูน่าชุบแป้งทอดไป แล้วก็ตั้งไปอ่อนๆ กับน้ำมันน้อยๆ เสร็จแล้วเอาทูน่าไปจี่ให้เปลี่ยนเป็นสีขาวๆ เหลืองๆ เสร็จแล้วก็เอาไปหั่น กินกับมายองเนส ไม่ก็ทาร์ทาร์ อร่อยอย่าบอกใคร

ในงานมีไวน์ Riesling เสิร์ฟ ซึ่งเข้ากับจานนี้ยิ่งนัก

1:10 AM

 
Blogger DeeDee said...

หลอกให้ชั้นอ่านอะไรที่ไม่เกี่ยวอีกละ (แต่ก็แรดดี) เราไม่มีโอกาสลองแล้วอ่ะ ทุกคนกลับมาบ้านกันพร้อมหน้าเลย อยู่เมืองไทยก็คงไม่ได้ทำ ส่่วนทูน่าที่บอกก็เช่นกัน คงไม่ไร้สติทำแล้วล่ะ เอาไว้ไปปาร์ตี้บ้านใครแล้วทำสิ น่าเล่นดีนะ

8:54 AM

 

Post a Comment

<< Home