Friday, August 12, 2005

Alone in the city

จากที่บอกไปในบลอกก่อนว่า ช่วงนี้ที่ญี่ปุ่นไปเชงเม้งกัน เลยกลับบ้านนอกกันใหญ่ คุณครูเองก็หยุด ภาษาญี่ปุ่นเราก็หยุดอาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์ บ้านฮารูก็กลับบ้าน กันหมด (แต่ฮารูเอง แรดอยู่ยุโรป) เค้าก็ชวนเราว่ากลับไปด้วยกันมั้ย ซึ่งอยู่อีกจังหวัดและไกล ตอนแรกนึกว่าเราต้องมีแลบมีเรียนภาษาญี่ปุ่น เลยปฏิเสธ แต่หลังจากทุกอย่างหยุดหมด เลยกำลังลังเล ไม่แน่ อาจจะไปสแตทซักเสาร์อาทิตย์นี้ถ้าไม่มีอะไรทำสุดขีด แต่ตั๋วอาจจะหมด ตั๋วก็แพงด้วยแหละ หมดตัว

วันนี้ก็เป็นวันที่สองสำหรับการอยู่บ้านคนเดียว ใช้ชีวิตคนเดียว ซึ่งเป็นครั้งแรกของเราในญี่ปุ่น แต่มันก็ไม่ง่ายๆเหมือนอยู่เมืองไทยน่ะสิ เราต้องดูแลบ้านให้เค้าด้วยน่ะสิ ทำกับข้าวเองด้วย ไม่ทำก็ได้แหละ แต่อยากเอง ก็มีเรื่องตื่นเต้นมากมาย แม่ฮารูตอนแรกก็เป็นห่วงอยู่ทีเดียวว่าจะรอดมัั้ย

เริ่มตั้งแต่ ออกจากบ้าน เนื่องจากบ้านนี้ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย พอจะออกจากบ้าน ต้องปิดหน้าต่างให้หมด แล้วก็เอากุญแจที่มีแถบแม่เหล็ก ไปแตะกับเครื่องนี่ ที่อยู่ตรงทางจะออกจากบ้าน ก็ดูง่ายดี พอเราแตะปุ๊บ อีเครื่องนี่ ก็พูดมาก แถมเป็นภาษาญี่ปุ่นสิ้น พอพูดจบ ก็มีเสียงปิ๊บไม่หยุด เราก็ อ้าว ชั้นทำอะไรผิด ไปเดินหาทั่วบ้านเลย ว่าหน้าต่างอันไหนไม่ผปิด แต่ เอ๊ะ ก็ปิดหมดแล้วนี่ ก็กลับมาแตะใหม่ มันก็พูดมากไม่เลิก ถ้าไม่แตะกลับไปอีกรอบ มันก็จะร้องไปเรื่อยๆ ทำไงดีล่ะ เดี่ยวขโมยขึ้นบ้านจะทำไงดี ตอนแรกก็โทรหาพรสรรก่อน อีน่ีไม่รับ เลยโทรหาคุณครู ให้ฟังให้หน่อยว่าเครื่องนี่มันพูดว่าไง คุณครูบอกว่า ไม่ค่อยเข้าใจ แต่คิดว่าน่าจะโอเคแล้ว ออกจากบ้านได้ เราก็ไม่ค่อยเชื่อ เพราะคุณครูบอกว่าไม่ค่อยเข้าใจ เลยโทรหาพรสรรอีกรอบ คราวนี้ก็เลยแปลให้ฟังอย่างสมบูรณ์แบบ ว่าจะออกบ้านได้แล้วค่ะ ปล่อยมันร้องไปอย่างนั้นแหละ เดี๋ยวหยุดเอง ก็เลยออกจากบ้านอย่างสบายใจ

พอดีคุณครูซื้อเมล่อนให้ เมล่อนยูบาริเชียวนะ ยูบาริเป็นชื่อเมืองที่มีเมล่อนอร่อยที่สุดในญี่ปุ่น และแพงมากๆด้วย เคยซื้อแบบซีกนึง ซึ่งถ้าหน้าซีรี่คง 10 บาท แต่ที่นี่ ซึกละ 250 เยน ประมาณ 80 บาท ถ้า 1 ลูกนี่คงหลายร้อยบาท คุณครูก็ให้ 1 ลูกเลย เราก็ต้องกินคนเดียว เพราะไม่มีใครอยู่บ้าน (ขณะพิมพ์นี่ ก็จ้วงเมล่อนกินอยู่) คุณครูก็บอกให้เอาเมล่อนกลับมาแช่ที่บ้านก่อนไปเรียนภาษาญี่ปุ่น ก็กลับบ้านมา เอากุญแจแถบแม่เหล็กนั่น แตะที่เครื่อง เป็นการบอกว่าชั้นกลับบ้านแล้ว ไม่ต้องรักษาความปลอดภัยแล้ว ปะกิสว่า แตะไม่ดีมั้ง พอเข้าบ้านได้ซักพัก บ้านก็ร้องใหญ่เลย ตกใจมากค่ะ ทำยังไงดีเนี่ย ก็กลับไปแตะอีกรอบ คราวนี้เลยหยุด แต่ซักพักมีคนโทรมาทันที ใครก็ไม่รู้ ฟังก็ไม่ออก บอกเค้าไปว่า โอเคแล้ว แล้วก็รัวภาษาอังกฤษใส่ไป ก็เลยวาง

ตอนกลางคืน ก็มาปอกเมล่อนกิน ปกติอยู่นี่ ไม่เคยแตะครัวเลย ต้องมาคุ้ยอุปกรณ์ ตู้ชั้นทุกอย่างของบ้านเค้า และได้พีชมาสองลูกจากเซนเซสอนภาษาญี่ปุ่น ก็ปอกไม่เป็นอีก และก็แพลนว่าจะหุงข้าวกินเอง แต่ก็ใช้หม้อหุงข้าวไม่เป็นอีก เพราะภาษาญี่ปุ่นสิ้น แต่เนื่องด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ (คล้ายๆบลอกปวรเลยนะ) เราก็เอาโน้ตบุคมาวางในครัว wireless LAN ก็มี จะเอาโนตบุคไปตั้งตรงไหนก็ได้ แล้วเราก็ต้องถามพรสรรเนี่ยแหละ ว่าอะไรทำยังไง จะคุยผ่าน skype ก็ได้ แต่เผอิญเราจะฟังเพลง เสียงจะตีกัน เลยพิมพ์ MSN ธรรมดา ตรงหน้าเตา ส่วนหม้อหุงข้าวที่ภาษาญี่ปุ่นนั่น ก็ใช้ถ่ายรูปเอา ปกติถ้ากล้องดิจิตอล พอจะเอารูปลงเครื่องต้องต่อสายอีก ยุ่งยาก แต่มือถือนี่มีทั้งกลอ้งทั้งบลูทูธ โนตบุคเราก็มีบลูทูธ ถ่ายรูปเสร็จปุ๊บก็ส่งผ่านบลูทูธเลย เหมือนที่ปวรบอกแหละ เทคโนโลยีพวกนี้ไม่ใช่ของที่คิดว่ามีแล้วจะเท่ แต่เป็นของที่ทำให้ชีวิตสะดวกขึ้นต่างหาก เพราะถ้ามีไปแล้วไม่ได้ใช้เลยหรือใช้ไม่เป็นก็ไร้ค่า แต่บางทีการซื้อล่วงหน้าเผื่อๆไว้ก่อนก็ดี เพราะเวลาอยู่เมืองไทย ไวร์เลสแทบไม่ได้ใช้ แต่เราก็ซื้อการ์ดมาติดๆไว้ก่อน โนตบุค ก็มีบลูทูธไว้ก่อนแหละ (เผอิญมือถือที่เมืองไทยก็มีบลูทูธ) แต่ถ้าไม่ได้ซื้อแบบมีแต่แรก ก็ไม่เป้นไร ซื้อเพิ่มเอาทีหลังก็ได้ ราคาก็ดัมพ์ลงมาอีก เพียงแต่ควรเอาเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ให้ได้ละกัน ถึงแม้จะเป็นประโยชน์ที่ไม่ค่อยจะมีสาระเท่าไหร่ แต่คราวนี้มันจำเป็นสำหรับการอยู่รอดของเรามากนะ (เรื่องไอพอด พอดคาสท์ ที่เขียนๆไว้ ก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยนีที่มีค่ากับชีวิตเหมือนกันนะ)

หม้อหุงข้าวน่ะ มีขีดไม่รู้กีขีด แบบขีดหุงข้าวต้ม หุงข้าวกับไอ้นู่นไอ้นี่ แล้วยังจะมีรีโมทบ้านนี้อีก ภาษาญี่ปุ่นสิ้น พยายามจะเปลี่ยนภาษาก็เปลี่ยนไม่ได้ ไม่มีตัวไหนที่ดูน่าจะใช่ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมาก เลยไม่ได้ถ่ายรูปส่ง ดู i still know what you did last summer พากย์ญีั่ปุ่นก็ได้วะ แต่เตาแก๊ซก็ใช้ง่ายดี แก๊สที่ใช้เผาปิเปตที่แลบยังสเตปมากกว่าเลย

หลังจากนั้นก็ได้ทำข้าวผัด เพราะมีผงข้าวผัด และคุ้ยๆตู้เย็น มีแฮมที่หมดอายุแล้ว เยอะมาก เลยเอามากินหมดเลย มันเพิ่งหมดน่ะ เลยคิดว่ากินได้ ตอนทอดแฮมก่อนเอาข้าวลง ก็ลุกลี้ลุกลนอยู่พักนึง แฮมเลยโดนทอดนานทีเดียว แบคทีเรียคงตายสิ้น ออกมาก็อร่อยดีนะ ไม่ได้ทำอาหารเองหุงข้างเองมานานมากๆแล้ว พอเหลือก็เอามาทำข้าวปั้นต่อ (แค่เอามาปั้่เป็นก้อน) เพราะข้าวมันหนืด ตอนนี้ก็เล็งว่าจะเคลียร์ของในตู้เย็นก่อนที่มันจะหมดอายุ (หมดแล้วก็กินได้) แต่แอบนึกภาพว่าต้องกินแบคทีเรียกดุ๊กดิ๊กเมือวานที่เห็น ก็สยองอยู่นะ

ก็ผ่านไป 1 วัน ก่อนนอนก็ต้องปิดหน้าต่างให้หมด และไปเปิดสัญญาณกันขโมยอีก ตื่นมาก็ไปเอาสัญญานออก แล้วเปิดหน้าต่างได้ ยังมีที่ไม่ได้ลองอีก ก็คือ เครื่องซักผ้า กับเครื่องดูดฝุ่น แต่คิดว่าไม่ยาก ส่วนเครื่องทำน้ำอุ่นนี่ ปวดหัวมากๆ พูดมากด้วย ก็กดมั่วๆไปเรื่อย จนมันร้อนอ่ะ

อ้อ ล่าสุดส่งแฟกซ์ ก็พูดมากอีกแล้ว ทำไมที่นี่ชอบให้เครื่องพูดมาก แต่ก็มั่วจนส่งได้ ปะกิสว่าไม่แน่ใจว่าหันถูกด้าน ต้องถ่ายรูปส่งให้พรสรรอ่านอีกแล้ว ปะกิสว่าผิดด้าน

และไม่แน่ว่า อาจจะไม่ไปบ้านฮารูที่ kushiro แล้ว อยู่เล่นบ้านเค้าดีกว่า ได้ทำอาหารเองด้วย เย็นๆก็ถีบจักรยานไปจ่ายตลาด ดูคุณแม่บ้านญี่ปุ่นจริง

Categories: ,

4 Comments:

Blogger พรสรร/ポンサン/Pornsan/펀산 said...

Kushiro กับ Sapporo ถือเป็นจังหวัดเดียวกันโว้ย
Hokkaido ถือเป็นจังหวัดเดียว จริงๆแล้วไม่ใช่จังหวัดหรอก dou เป็นอะไรที่พิเศษ
ที่นี่หน่วยการปกครอง มี 47 to dou fu ken
to มี 1 อัน คือ Tokyo ก็ถือว่าไม่ใช่จังหวัดเหมือนกรุงเทพมหานคร
dou มี 1 อันเหมือนกัน คือ Hokkaido (เป็นการเรี่ยกภูมิภาคแบบสมัยก่อน แล้วก็กลายเป็นหน่วยการปกครองไปเลย)
fu มี 2 อัน คือ Osaka กับ Kyoto
ken ก็จังหวัดนอกเหนือนั้น 43 จังหวัด

3:05 AM

 
Blogger DeeDee said...

ชั้นรู้ๆ อุตส่าห์ไปนั่งอ่านใน wikipedia มา แต่ชั้นเล่าให้คนญี่ปุ่นฟังรึไง ถึงต้องเขียนใหมันถูกๆ ตามเซนส์มันเป็นจังหวัดนี่

8:15 AM

 
Anonymous Anonymous said...

อ่านแล้วก็ลุ้นไปด้วยนะเนี่ย บ้านที่ดีดี้ไปอยู่นี่ไฮโซแน่ๆเลย บ้านเรานี่ตอนกลางวันนี่ไม่ล๊อกเลย แถมอายุประมาณห้าสิบกว่าปี

เมล่อนน่ากินจัง

เทคโนโลยีถ้าไม่ใช้นี่ก็เสียดายเนอะ แต่ดีดี้ใช้ได้ดีทีเดียว ^^

เอ

4:58 PM

 
Blogger DeeDee said...

อินทุอร เธอแอ๊บกว่าชั้นอีก :)

เรื่องขอริงโทนนี่อึ้งนะเนี่ย ขอหน้าด้านๆจริงๆเหรอ เผื่อเจอจะได้พยายามลดยางอายบ้าง แต่เรื่องถ่ายรูปจากหนังสือนี่ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะมันซูมไม่ได้ ออกมาเลยเบลอ

8:43 AM

 

Post a Comment

<< Home