Tata..and japanese trend
จริงๆแล้ววันนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์ส่งเมลล์เท่าไหร่ เซ็งๆอ่ะ แต่เมื่อวานมีเรื่องน่าเล่า เลยคิดว่าต้องเล่าซะหน่อย ก็ตอนเราเข้าไปคุยงานกับคุณครู พอดีคุยเสร็จ เค้าก็เหมือนนึกอะไรได้ แล้วก้ไปหยิบกระดาษแผ่นนึงมา ตอนแรกเรานึกว่าเป็นเปเปอร์หรือจะให้เราไปทำอะไร แต่ปรากิสว่า มันเป็นราคาซีดี ทาทาที่ญี่ปุ่นน่ะ มี DVD ด้วยนะ แต่แพงโคตร เราจำราคาไม่ได้อ่ะ แต่คุณครูยังไม่ยอมซื้อเลย เค้าบอกว่าสั่งจากเมืองไทย 500 yen ดีกว่า เราก็เลยเสนอไปว่า เราwriteให้เอามั้ย แต่กลัวเค้าอยากได้ของจริง แต่เค้าบอกว่าเอาทันที พอเมื่อวานเตรียมสารกับคุณครู แล้วมันมีช่วงว่างที่ต้องรออ่ะ เค้าก็บอกว่า so what you have to do next is...burn me TATA CD เมื่อวานเราก็เลยนั่ง write เพลงให้เค้าไป แถม Dhoom กับ Moon River ไปให้ด้วยนะ แล้วก็ให้เพลงไทยที่มีไม่เท่าไหร่ในเครื่องไปด้วย พอตอนเย็นๆ เราไปหาเค้าอีกที เค้าก็ชื่นชมว่าเพลงทาทาดีทีเดียว :) แล้วตะกี๊ ไปช่วย Okaasan (แม่) ทำกับข้าวมา (แค่ปอกไข่น่ะ วันนี้กินโอเด้ง) อยู่ดีๆเค้าก็พูดขึ้นมาว่า ตะตะยัน ถ้าปกติจะไม่เกทเร็วขนาดนี้ แต่เผอิญเคยเห็นชื่อเป็น katagana มาแล้ว ก็เลยอ๋อทันทีว่าหมายถึงอะไร เค้าก็บอกว่าชอบมากๆ สงสัยเพิ่งฟังวิทยุมาม้ัง เราก็เลยว่าเดี๊่ยวก๊อบให้ หรือให้เค้าไปซื้อเองดี สนับสนุนทาทา แต่ที่นี่แพงไร้สติมากอ่ะ
เราเพิ่งเข้าใจแหละว่าทำไมคนญี่ปุ่นที่อังกฤษไม่ดีมาก จะชอบพูดคำว่า it's OK (keigo ไง) คุณครูเราก็พูด จนตอนนี้เราเริ่มชิงพูดก่อนแล้วเนี่ย เค้าจะพูดประโยคนี้กับทุกอย่างเลย แล้วโฮสท์เราก็ชอบพูดคำนึง คือ daijoubu เค้าเปิดดิคให้ดู มันแปลว่า ready เราก็เลยงงว่าทำไมคนเราต้องบอกว่าพร้อมตลอดเวลาด้วยนะ แต่เพิ่งเกทจากพรสรรว่ามันคือ ok น่ะเอง แล้ววันนี้เพิ่งถาม keigo ว่าที่ชอบพูด it's OK น่ะมาจากคำว่า daijoubu ใช่มะ มันก็บอกว่าใช่ ตอนนี้เราก็เริ่มติดคำนี้แล้วล่ะ เพราะพูดอะไรไม่ค่อยได้ พูดอันนี้แหละง่ายดี
เล่าเรื่องเทรนการแต่งตัวที่นี่ดีกว่า (แต่ที่นี่ มีคนบอกว่ายังถือว่าบ้านนอกนะ ยังเทียบโตเกียวไม่ได้) หลังจาก observe มาเกือบอาทิตย์ จำได้ว่าตอนก่อนมา พวก cleo cosmo บอกว่าปีนี้ ผ้า tweet มาแรง คนที่นี่ก็ใส่กันเต็มเลยแหละ และจะมีผ้าพันคอลายนึงที่ดูฮิตทีเดียว เพราะเดินมา 20 คน ต้องเห็นใช้ผ้าพันคอลายนี้ 1 คน (ความถี่ยังไม่เท่าเสื้อเด็กแนวเมืองไทย ที่ 3:10) มันเป็นลายตารางขาวดำนะ แต่เป็นตารางขนมเปียกปูน ตอนแรกก็ว่าสวยดี แต่หลังๆเห็นจนชิน ส่วนผ้าพันคอเบอ (burberry) ก้ไม่ต้องพูดถึง ใช้กันเกร่อมาก แต่อยู่เมืองไทยคงใช้ไม่ได้ มันดูของปลอม รองเท้าก็ยังส้นเข็มได้ ถึงแม้ว่าหิมะจะตกหรือพื้นจะลื่นขนาดไหน แล้วก็น่าจะคุ้นนะ ว่าผู้หญิงญี่ปุ่นชอบถือกระเป๋าไว้ที่ข้อศอก และกระเป๋าทุกคนต้องเป็นใบใหญ่ๆ คนไทยชอบแบบใบเล็กๆอ่ะ ตอนนี้เราก็ทั้งถือกระเป๋าและมีกระเป๋าแบบคนที่นี่ละ จริงๆไม่ได้อยากทำตามหรอก เผอิญกระเป๋าที่เอาไปใส่ของไม่พอ ขนโน้ตบุค ถุงมือ ผ้าพันคอและอื่นๆไม่ได้อ่ะ แต่ถือกระเป๋าแบบนั้น ก็เฉพาะเวลาต้องหยิบของอ่ะ เพราะของหนักจะตาย มาถือที่ข้อศอกกันตลอดเวลาได้ไงน่ะ ไม่เข้าใจ อ้อ เราว่าสนุกดีนะ เวลาเห็นผู้หญิงญี่ปุ่นแต่งหน้าบนรถไฟ (เคยเห็นที่ฮ่องกงเหมือนกัน) ดูโปรมากๆ เพราะรถไฟสั่นจะตาย ยังสามารถ แบบปัด mascara ได้นี่ ทำได้ไงน่ะ เรายังเคยแอบคิดเลยว่าเก่งจริง ต้องดัดขนตาบนรถไฟด้วยสิ และเมื่อเช้าเห็นผู้หญิงถือที่ดัดขนตาเดินเข้ามาบนรถไฟ เราก็แบบ เฮ้ย เค้าจะทำจริงๆเหรอ แต่เผอิญเค้าเก็บใส่กระเป๋า สงสัยดัดเสร็จแล้วตั้งแต่ตอนรอรถไฟ ส่วนเทรนของผู้ชายดูไม่ออกอ่ะ ไม่ค่อยมีใครทำอะไรตามๆกันเป็นหมู่คณะแบบผู้หญิง
วันนี้เปิดบัญชีธนาคารได้แล้วล่ะ ทีคราวก่อนไม่ให้ บอกว่าต้องรอบัตร alien ของจริง พอวันนี้จะแค่ไปขึ้นเงินแล้วใส่บัญชีคนอื่น เค้ากลับบอกว่าเปิดบัญชีได้เลย อะไรวะ งง เลยมีสมุดบัญชีเป็นของตัวเองแล้ว ลาย felix the cat
Categories: music, thailand, woman, japan

0 Comments:
Post a Comment
<< Home